Atlas 1.0 คือหูฟังวัดคลื่นสมองที่ใส่เดินไปวัดไปได้…
ปกติเครื่องวัดคลื่นสมองแบบ EEG มันไวกับการขยับมาก ขยับนิดเดียวสัญญาณก็เพี้ยน เครื่องในแล็บเลยออกแบบมาให้ใช้ตอนนั่งนิ่งๆ เท่านั้น ซึ่งมันสวนทางกับชีวิตจริงที่ไม่มีใครนั่งนิ่งได้ทั้งวัน
Atlas เลยไม่ได้วัดแค่คลื่นสมอง แต่ใส่เซ็นเซอร์มาสี่ตัว คือ EEG วัดคลื่นสมอง IMU วัดการขยับหัว GSR วัดความชื้นผิวหนัง และเซ็นเซอร์จับแรงสั่นกระดูกตอนพูด เอาสี่อย่างมาไขว้กันเพื่อกรองสัญญาณรบกวนออก เขาย้ำว่าตัวจับเสียงจับแค่ว่ากำลังพูดอยู่ไหม ไม่ได้เก็บว่าพูดอะไร
แล้วมันเอาข้อมูลพวกนี้ไปแปลเป็นสามค่าให้เราดู คือ Presence ใจอยู่กับตัวไหมหรือฟุ้งไปไหนแล้ว Stress ตอนนี้กดดันแค่ไหน แรงกดดันนี้ยังช่วยให้เราทำงานได้อยู่หรือเริ่มพังแล้ว และ Energy Burn สมองกำลังเผาพลังงานหนักแค่ไหน จังหวะนี้ควรดันต่อหรือควรพัก
ตัวเลขที่เขาเคลมคือในสภาวะขยับจริง เช่น เดินหรือวิ่ง Atlas ให้คุณภาพสัญญาณดีกว่าเครื่อง EEG ระดับงานวิจัยราคาสามหมื่นดอลลาร์ถึงยี่สิบเท่า และเมตริกที่ใช้สร้างมาจากข้อมูลในแล็บ 2,500 ชั่วโมง บวกข้อมูลชีวิตจริงอีก 15,000 ชั่วโมง
ผมชอบไอเดียตรงที่มันเป็นบันทึกระยะยาว ไม่ใช่การสแกนสมองครั้งเดียวจบ เพราะการรู้ว่าสมองเราตอบสนองกับประชุมแบบไหน คนแบบไหน หรือนอนกี่ชั่วโมงแล้วเป็นยังไง มันมีประโยชน์กว่าผลตรวจใบเดียวเยอะ
แต่ที่ต้องอ่านให้ดีคือราคา ตัวเครื่องพรีออเดอร์ 499 ดอลลาร์ก็จริง แต่มีค่าสมาชิกเดือนละ 29.99 ดอลลาร์ ฟรีแค่สามเดือนแรก แปลว่าปีต่อไปต้องจ่ายอีกประมาณ 360 ดอลลาร์ทุกปีเพื่อให้มันยังทำงาน คิดเป็นเงินไทยก็หมื่นสองต่อปี และของจะส่งจริง Q1 ปี 2027 คืออีกเป็นปี
อีกอย่างที่ผมอยากให้ระวังคือ ตัวเลขยี่สิบเท่ากับข้อมูลทั้งหมดที่ยกมา เป็นการเคลมของบริษัทเองจากการทดสอบของเขา ยังไม่มีคนนอกไปเทียบให้ดู ของแบบนี้ผมว่ารอรีวิวจากคนที่ได้ของจริงก่อนดีกว่า
ส่วนตัวผมมองว่าโจทย์ที่ยากกว่าเรื่องเซ็นเซอร์ คือเรื่องเราจะเอาข้อมูลนี้ไปทำอะไรต่อ เพราะรู้ว่าตอนบ่ายสามสมองล้าทุกวัน กับการที่เราจะเปลี่ยนตารางชีวิตได้จริง มันคนละเรื่องกันเลย
atlasmankind.com
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac