Altar II คือคีย์บอร์ดที่บางแค่ 4.75 มิลลิเมตร…
ให้เห็นภาพ 4.75 มิลลิเมตรคือบางกว่าเหรียญสิบซ้อนสองเหรียญนิดเดียว แล้วในความบางขนาดนั้นเขายัดสวิตช์แมคคานิคอลแบบกรรไกรสองแขนเหล็กที่ออกแบบเอง แรงกด 40 กรัม ระยะกด 1.8 มิลลิเมตร ตัวเครื่องกัดจากอะลูมิเนียมก้อนเดียว
ของที่ผมว่าแปลกดีคือเขาใส่ลำโพงกับตัวสร้างแรงสั่นเข้าไปด้วย เวลาเครื่องตื่นหรือชาร์จจะมีเสียงกับแรงสั่นตอบกลับมา แล้วมีปุ่มหมุนแบบแม่เหล็กที่ถอดเปลี่ยนได้ กดได้ หมุนได้ เขาให้มาสองแบบในกล่อง ส่วนเฟิร์มแวร์ใช้ ZMK ที่รันบน Zephyr ซึ่งเป็นของโอเพนซอร์สสายคีย์บอร์ดคนทำเอง ไม่ใช่ของปิดที่เขียนขึ้นมาเอง
เหตุผลที่เขาอ้างว่าบางแล้วดีคือเรื่องข้อมือ คีย์บอร์ดแมคคานิคอลทั่วไปขอบหน้าสูง ต้องกระดกข้อมือขึ้นตลอดเวลาพิมพ์ ยิ่งพิมพ์นานยิ่งเสี่ยงพังผืดข้อมืออักเสบ พอบางต่ำกว่า 5 มิลลิเมตร ข้อมือเลยแทบไม่ต้องกระดก อันนี้ผมว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นกว่าคำว่าสวยเฉยๆ
แบตเขาเคลมไว้สูงมากคือใช้ได้ถึง 30 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเสียบ 2 นาทีใช้ต่อได้ 2 วัน ต่อบลูทูธได้ 2 เครื่องสลับไปมา หรือเสียบสายก็ได้ ใช้ได้ทั้ง macOS กับ Windows
ทีนี้ส่วนที่ต้องพูดให้ครบ ของยังไม่มีขาย ตอนนี้เปิดให้จองเฉยๆ จะไปขึ้น Kickstarter วันที่ 10 พฤศจิกายนปีนี้ และของจริงจะถึงมือช่วงต้นฤดูร้อนปี 2027 คือรออีกเกือบปี ราคาเต็ม 349 เหรียญ จองก่อนได้ 249 เหรียญ
และที่ผมคิดว่าควรรู้ก่อนโอนเงินคือรุ่นแรก Altar I ที่ออกปี 2022 มีรีวิวบน Product Hunt ให้ 3 ดาว คนรีวิวชมงานออกแบบกับงานประกอบ แต่ติว่าปุ่มบลูทูธไวเกินจนโดนโดยไม่ตั้งใจบ่อย และมุมพิมพ์ที่แบนมากทำให้มือล้าเมื่อใช้นานๆ ซึ่งข้อหลังนี่ตลกดี เพราะมันคือข้อดีที่รุ่นสองเอามาโฆษณาเป็นจุดขายหลัก
ผมชอบที่มีคนกล้าทำของแบบนี้ แต่สำหรับผมคีย์บอร์ดคือของที่ต้องได้ลองพิมพ์ก่อนถึงจะรู้ว่าใช่ไหม การจ่ายเงินวันนี้เพื่อรับของอีกเก้าเดือนโดยยังไม่เคยแตะ ผมว่าเป็นการเดิมพันที่ต้องรู้ตัวว่ากำลังเดิมพัน
https://electronicmaterialsoffice.com
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac