News / รีวิว / รวมค่าย
รวมค่าย · รีวิว

"กด Enter แล้วพับจอ เดินไปประชุมได้เลย"

ภีศเดช เพชรน้อย
ภีศเดช เพชรน้อย
21 ส.ค. 2026 · อ่าน 10 นาที
สรุปสั้น — "กด Enter แล้วพับจอ เดินไปประชุมได้เลย" — จุ้น ศิริวัชร์ คุณาพร, UI Engineer ที่ MUI ผมไม่ได้ไปงาน Claude Code Sharing "Claude Cod
#Claude Code#Coding#Agent#รูป/วิดีโอ#เขียน/เอกสาร
"กด Enter แล้วพับจอ เดินไปประชุมได้เลย"

— จุ้น ศิริวัชร์ คุณาพร, UI Engineer ที่ MUI

ผมไม่ได้ไปงาน Claude Code Sharing "Claude Code on Devices" ที่ Agoda One Bangkok เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ครับ แต่ Creatorsgarten บันทึกไว้ทั้งงาน ผมเลยนั่งดูย้อนหลังจบทั้ง 2 ชั่วโมงครึ่ง แล้วขอสรุปมาให้ฟัง

ธีมของงานคือ "นอกจากบน laptop เรารัน Claude Code จากที่ไหนได้อีกบ้าง" มี 3 talk เรียงจากพื้นฐานไปหา advanced ผมจะแยกเล่าเป็น 3 โพส อันนี้เป็นตอนแรก

ใครอยากดูเองเต็มๆ ไม่ต้องรออ่านผมสรุป ลิงก์อยู่ตรงนี้ครับ

วิดีโอเต็มของงาน (บันทึกโดย Creatorsgarten)

https://www.facebook.com/creatorsgarten/videos/1372646547762253

หน้างาน มีสไลด์ครบทั้ง 3 talk

https://jun-meetups.vercel.app/meetups/claude-code-3/

ทั้ง 3 talk คือ

1. Leveraging iOS ecosystem for agentic coding — จุ้น ศิริวัชร์ คุณาพร (MUI) ← โพสนี้

2. Work anywhere with Claude Code in the cloud — หนุ่ม มนัสศานติ์ มนูญชัย (Eventpop, TokenMe)

3. Managing Multiple Coding Agents with Orca ADE — พี พีรพัฒน์ จั่นขาว (Envisso)

เริ่มที่ talk แรกครับ จุ้นเล่าวิธีที่เขาใช้ iPad สั่งงาน MacBook ที่บ้าน

เหมาะกับคนที่เริ่มรัน Claude Code ทิ้งไว้นานๆ แล้วเจอปัญหาเดียวกันคือ "ปิดคอมไม่ได้" ต้องแบกคอมไปทุกที่ ใครยังใช้คอมเครื่องเดียวอยู่ อันนี้น่าจะเป็นทางที่ลงทุนน้อยสุด

1. โจทย์ตั้งต้น: อยากได้ always running + always accessible

พอ session ยาวขึ้นและรันหลาย session พร้อมกัน จุ้นเจอว่าตัวเองปิดคอมไม่ได้เลย ต้องแบกคอมไปทุกที่ และเน็ตต้องนิ่งด้วย เป้าหมายที่เขาอยากได้คือ งานรันอยู่ตลอด และเข้าถึงได้จากทุกที่

2. ทางที่เขาลองแล้วไม่เอา: ซื้อ Mac mini มาอีกเครื่อง

เขาลองซื้อเครื่องที่สองมาแล้ว sync ข้อมูลระหว่างสองเครื่อง แต่ไม่ชอบ เพราะกลายเป็นว่า Claude Code แยกกันอยู่สองที่ ต้องมานั่งจัดการ sync เอง

3. ทางที่เลือก: iPad เป็นแค่หน้ากาก MacBook ที่บ้านเป็นเครื่องที่รันจริง

ไอเดียนี้เขาบอกว่าได้มาจาก speaker คนหนึ่งใน meetup ครั้งที่ 2 — ให้ MacBook ที่บ้านเปิดรัน 24 ชั่วโมง แล้ว iPad ทำหน้าที่แค่เป็นจอกับคีย์บอร์ด

ข้อดีที่เขาชอบคือ ข้อมูลอยู่เครื่องเดียว ไม่มีไฟล์งานค้างอยู่บน iPad ที่พกออกนอกบ้าน

4. เครื่องมือ 4 ตัว — สไลด์เขาเรียกว่า "Four tools, one wire"

Blink Shell = terminal บน iPad/iPhone (ตัวนี้เสียเงิน)

Tailscale = ต่อ VPN เข้าเครื่องที่บ้าน ลงทั้งฝั่ง iOS และ Mac (ฟรี)

Mosh = ตัวเชื่อมต่อที่ทนเน็ตหลุดหรือสลับเครือข่าย (ฟรี)

tmux = คุม session (ฟรี)

flow จริงคือ เปิด Blink บน iPad พิมพ์ mosh mac เข้า terminal เครื่องที่บ้านเหมือนนั่งอยู่หน้าเครื่อง แล้ว cd เข้า project เปิด session ได้เลย

เขาบอกว่าเทสมาหลายเดือน ทั้งเน็ตมือถือและ hotspot ก็ลื่น มีดีเลย์นิดหน่อยแต่ไม่กระทบการใช้งาน

5. setting เล็กๆ ที่เขาแนะนำให้เปิด

เข้า /config แล้วตั้ง Remote Control เป็น Auto — ทุก session ที่เปิดจะเด้งเข้า Claude app บนมือถืออัตโนมัติ ทำงานต่อจากมือถือได้ทันที

6. ปัญหาที่ 1 บน iPad: เห็นแต่ตัวหนังสือ ดูรูปที่ Claude ส่งมาไม่ได้

บน MacBook กด option ค้างแล้วคลิกเปิดรูปได้ แต่บน iPad ทำไม่ได้

เขาแก้ด้วยการเขียน hook (ตัวดักจับเหตุการณ์ระหว่างที่ Claude ทำงาน) ดักตอน Claude ส่งไฟล์ออกมา แล้วโยนรูปหรือ recording เข้า iCloud ของตัวเอง — ได้ privacy ฟรีไปด้วยเพราะเป็น iCloud เราเอง

7. ปัญหาที่ 2: จะส่งรูปหรือ feedback กลับเข้าไปยังไง

Blink มีฟีเจอร์ผูกโฟลเดอร์บน iPad กับโฟลเดอร์บน MacBook ไว้ด้วยกัน เขาก็เลยใช้วิธี กด "Save to Files" บน iPad เลือกปลายทางเป็น Blink แล้วไฟล์ไปโผล่บน MacBook ทันที

จากนั้นเขียน custom skill ชื่อ tray ขึ้นมา สั่งสั้นๆ ว่า check tray หรือ check last tray ให้มันไปอ่านโฟลเดอร์นั้นเอง

ท่าที่เขาบอกว่าใช้ตลอดเวลา คือแคปหน้าจอ วงแดงด้วย Apple Pencil แล้วสั่งงานต่อ

8. ปัญหาที่ 3: กดลิงก์ที่ agent พ่นออกมาไม่ได้

เพราะลิงก์นั้นรันอยู่บน MacBook ไม่ใช่ iPad เขาก็เขียน hook อีกตัว จับ URL ตาม pattern แล้วยิงเข้า iMessage — เด้งขึ้นมือถือ กดเปิดได้เลย

9. แนวคิดที่ผมชอบที่สุดของ talk นี้: ไม่ไล่หา tool ใหม่

ทั้ง 3 ปัญหาข้างบน เขาแก้ด้วยของที่มีอยู่แล้วใน ecosystem ทั้งหมด — Files, iMessage, iCloud และ Reminders ที่เขาบอกว่า underrated มาก ตอนนี้กลายเป็น task management ส่วนตัวของเขาไปแล้ว

สไลด์เขาสรุปตรงนี้ว่า "This is when vibe coding shines" — ของใช้ส่วนตัว ไม่ต้องคิดถึง production ถ้ามันเวิร์คกับเราก็จบ

10. คำเตือนจากคนที่ซื้อมาแล้วจริง

เขาซื้อ iPad Air มาแล้วบอกเองว่าไม่ประทับใจ น่าจะข้ามไป iPad Pro เลยดีกว่า และปิดท้ายว่าบน iPhone ก็รัน Blink ได้เหมือนกัน แต่ใช้งานไม่สะดวกเท่า

สิ่งที่ผมได้จาก talk นี้คือ ปัญหา "ปิดคอมไม่ได้" ไม่ต้องแก้ด้วยการซื้อเครื่องเพิ่มหรือย้ายไปคลาวด์ก็ได้ แค่เปลี่ยนมุมว่าเครื่องที่บ้านคือเครื่องที่ทำงาน ส่วนของที่พกออกไปเป็นแค่หน้ากาก แล้วที่เหลือคือค่อยๆ อุดรูรั่วทีละอันด้วยของที่มีอยู่ในมือ

ผมว่าท่อนที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ชุดเครื่องมือ 4 ตัวนะครับ แต่เป็นวิธีคิดตอนเจอปัญหา 3 ข้อนั้น — เจออุปสรรค แล้วเขียนตัวเชื่อมเล็กๆ อุดเอง ไม่ต้องรอใครทำ feature มาให้

ขอบคุณ Creatorsgarten ที่บันทึกงานนี้ไว้ให้คนที่ไม่ได้ไปได้ดูครับ ตอนต่อไปเป็น talk 2 เรื่องรัน Claude Code บน cloud ของ Anthropic

#3

อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?

เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก

ดูคอร์ส →

📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac