"7 โมงเช้า ตื่นกันหรือยังครับ
"7 โมงเช้า ตื่นกันหรือยังครับ — ผมยังไม่ตื่น แต่ 7 โมงมีคนมาทำงานแทนผมแล้ว"
— หนุ่ม มนัสศานติ์ มนูญชัย (narze), Eventpop และ TokenMe
นี่คือ talk ที่ 2 จากงาน Claude Code Sharing "Claude Code on Devices" (19 ส.ค. ที่ Agoda One Bangkok) ผมไม่ได้ไปงานครับ แต่ Creatorsgarten บันทึกไว้ทั้งงาน ผมนั่งดูย้อนหลังแล้วสรุปมาให้ฟังทีละ talk
talk แรกแก้ปัญหา "ปิดคอมไม่ได้" ด้วยการให้เครื่องที่บ้านรันแทน — talk นี้ไปไกลกว่านั้นอีกขั้น คือไม่ต้องมีเครื่องของเราเลย
เหมาะกับคนที่ทำงานเป็นทีมและมี repo อยู่บน GitHub อยู่แล้ว ท่อนท้ายเรื่อง Routine ผมว่าเป็นของดีที่คนยังใช้กันน้อยมาก มาแชร์ให้ฟังครับ
(Claude Code on the web ตัวนี้เขาเรียกสั้นๆ ในงานว่า "Claude Cloud" เพราะชื่อเต็มยาว — คือการรัน Claude Code บนเครื่องที่ Anthropic เตรียมไว้ให้ ไม่ใช่เครื่องเรา)
1. เขาสำรวจห้องก่อนเริ่ม แล้วรู้ว่าจะขายอะไร
ยกมือกันในห้อง — ใช้ Claude Code เกินครึ่งห้อง ใช้บนมือถือก็มี Claude Remote ก็มี แต่ Claude Code on the web มีนิดเดียว และ Claude Routine มีอยู่บ้าง เขาเลยประกาศเลยว่า "วันนี้จะมาขาย 2 อันหลัง"
2. แผนที่ 4 ที่ที่รัน Claude Code ได้
หนึ่ง local บนเครื่องตัวเอง สอง desktop app (session ก็ยังรันบนเครื่องเรา) สาม Claude Code Remote คือรีโมทเข้าเครื่องตัวเองผ่าน mobile app และสี่ Claude Code on the web ที่รันบนเครื่องของ Anthropic
ภาพเปรียบเทียบที่เรียกเสียงฮาที่สุดในห้อง — คนใช้ Claude Remote ต้องแง้มจอไว้นิดนึงไม่งั้นเครื่อง sleep ส่วนคนใช้ Claude Cloud ปิดจอได้เลย
3. เครื่องที่ Anthropic ให้ แรงกว่าที่ผมคิด
Ubuntu 24.04 · 4 vCPU · RAM 16GB · ดิสก์ 30GB และลง Node.js, Python, Ruby, PHP, Java, Rust, Go, Docker, Postgres, Redis, git, jq มาให้เรียบร้อย
เขาเทียบให้ฟังว่าถ้าไปเช่า VPS ไซซ์นี้ตกเดือนละหลายสิบเหรียญ แต่อันนี้ให้ใช้ฟรี จ่ายแค่ค่า token (อันนี้ผมเปิดเฟรมสไลด์เช็คตัวเลขซ้ำแล้วครับ ตรงตามที่เขาขึ้นจอ)
4. เข้าได้ 4 ทาง แต่มีทางที่เขาไม่แนะนำ
ทาง Claude Desktop กดปุ่มเหนือช่องแชทเปลี่ยนจาก Local เป็น Cloud แล้ว login GitHub · ทางเว็บ claude.ai/code หน้าตาเหมือน desktop เป๊ะ (เขาเคยลองรันใน VR ก็ได้) · ทาง mobile app เปิด sidebar เลือกเมนู Code
ส่วนทาง CLI เขาไม่แนะนำ บอกว่า UX ไม่ดี เพราะสุดท้ายเหมือนยืมคอมคนอื่นมารัน แล้วก็ต้องดึงโค้ดกลับมาทำบนเครื่องเราอยู่ดี
5. ท่าที่เขาใช้จริงทุกวัน
เริ่มจาก mobile app สั่งงานหรือวางแผน แล้ว Claude แก้เสร็จจะถามว่าจะเปิด PR ไหม เปิด PR บน GitHub แล้วกลับไปทำต่อบน desktop หรือ merge เลย
เขาต่อ connector ไว้กับ Jira, Slack, Google Drive, Google Calendar ก็สั่งได้แบบไม่ต้องเปิดคอม เช่น "implement Jira task นี้" หรือ "มีคนแจ้งบั๊กใน Slack แปะลิงก์ให้ ไปแก้ที"
ข้อดีที่เขาย้ำคือ authenticate ครั้งเดียวใช้ได้ทุกเครื่อง เพราะ session ผูกไว้ที่ cloud แล้ว
6. Claude Routine — ท่อนที่เขาบอกเองว่าอยากให้ทุกคนไปลอง
ตั้งเวลาให้รันเองได้ ทั้งแบบ local (คอมต้องเปิด) และ cloud (ปิดคอมได้) เลือกโมเดลได้ เลือก repo ได้หลายอัน
ที่ Eventpop มี routine รันอยู่ราว 10 อัน 7 โมงเช้าทุกวัน เช่น ไล่ PR ที่ CI fail หรือ merge conflict แล้วแก้ให้เลย และดูด้วยว่า CI พังจริงหรือแค่ flaky ถ้า flaky ก็กด retry · สแกน issue บน Sentry เลือกมาหนึ่งอันแล้วแก้ · พอ PR ถูก merge ให้สรุปว่าเปลี่ยนอะไรเป็นภาษาคนทั่วไปที่ไม่ใช่สาย tech แล้วโพสลง Slack ให้ทีมอื่นอ่าน · รายสัปดาห์ก็อัปเดต skills ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
อีกประโยคที่เขาพูดคือ "อาทิตย์ที่ผมลาทั้งอาทิตย์ ยังมี Pull Request ของผมขึ้นมาเรื่อยๆ"
7. ข้อดีที่เขาขึ้นสไลด์ไว้
ทำงานจากที่ไหน device ไหนก็ได้ที่มี browser หรือ app · setup น้อยมาก ไม่ต้องลง custom app · paste รูปจาก clipboard ได้ตรงๆ (จุดที่ talk แรกต้องเขียน hook แก้เอง) · connector authenticate ทีเดียว · ตอนนี้ยังฟรี
และข้อที่ผมว่าน่าสนใจสุด — มันเป็น sandbox โดยธรรมชาติ เครื่องเป็น ephemeral clone มาแค่ repo เดียว ไม่มีไฟล์อื่นของเรา เขาพูดว่า "เคสที่ AI ลบ home directory ทิ้ง จะไม่เกิด เพราะมันลบก็ลบไฟล์ตัวเอง"
8. ข้อเสียที่เขาไม่ปิด
ใช้ได้กับ GitHub เท่านั้น ใครอยู่ GitLab หมดสิทธิ์ · skill, CLAUDE.md, MCP, plugin ที่ตั้งไว้ local ไม่ขึ้นไปด้วย ต้อง commit เข้า repo · cold start กับ resume ช้ากว่า local ราว 10-20 วินาที · และ shell เข้าไปไม่ได้ ทำให้ debug ระหว่าง session ยาก ดูได้แต่โค้ด
9. ข้อเสียที่ใหญ่สุด: repo ที่ setup ซับซ้อนจะพัง
หลักคิดของเขาคือ ถ้า clone ลงเครื่องเราแล้ว setup ยาก บน cloud ก็ยากเหมือนกัน แล้วจะจบที่ทางใดทางหนึ่งจากสองทาง
ทางแรก project รันไม่ได้ agent บอกว่า "งั้นไม่รัน" แล้วแก้โค้ดแล้ว push เลย ผลคือพัง ทางที่สอง agent พยายามทำให้รันได้ ก็เผา token และเผาซ้ำทุก session ใหม่ เขาแซวว่า "Anthropic น่าจะเอาเงินเราจากตรงนี้แหละ"
10. ทริกปิดท้ายที่ผมว่าคุ้มที่สุดในทั้ง talk
ให้มอง Claude Cloud เป็น "คอมเครื่องใหม่" สั่งให้มัน setup โปรเจกต์เอง แล้วถามว่า setup ยังไง เอาคำตอบไปใส่เป็น Setup Script ใน environment
จุดสำคัญที่คนมักไม่รู้คือ ตอน setup script รัน เราไม่เสียค่า token เลย เพราะรันก่อน session เริ่ม รัน script 10 นาทีได้ server กับ seed database ครบ agent รู้ตัวเองว่ารัน server และ test ได้ โค้ดที่ออกมาก็น่าเชื่อถือขึ้นมาก
ประโยคที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดของ talk นี้ กลับไม่ใช่เรื่องคลาวด์เลยครับ เขาบอกว่ารัน parallel กี่อันก็ได้จนกว่า limit จะเต็ม แล้วต่อด้วย "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มันรันไม่ไหว ปัญหาคือเราจะรีวิวทันไหม... ตอนนี้ก็ไม่ทัน"
ผมก็เห็นว่าอันนี้คือคอขวดจริงของยุคนี้ เพิ่มกำลังผลิตมันง่ายไปแล้ว แต่กำลังตรวจเท่าเดิม และพอดูจนจบผมเพิ่งเห็นว่า talk ที่ 3 ของงานทั้ง talk คือคำตอบของประโยคนี้พอดี
ขอบคุณ Creatorsgarten ที่บันทึกงานนี้ไว้ครับ ตอนหน้าเป็น talk สุดท้าย เรื่องคุม agent หลายตัวพร้อมกัน
ที่มา: วิดีโองาน Claude Code Sharing โดย Creatorsgarten (ช่วง 55:40 เป็นต้นไป)
https://www.facebook.com/creatorsgarten/videos/1372646547762253
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac