OpenAI x MHESI AI Accelerator คือโครงการ 8 สัปดาห์ที่ OpenAI…
ที่ผมสนใจคือเหตุผลที่ OpenAI เลือกไทย เขาบอกตรงๆ ว่าไทยติดท็อป 20 ของโลกทั้งจำนวนคนใช้ ChatGPT รายสัปดาห์และคนใช้ Codex รายสัปดาห์ แล้วยอดใช้ Codex ในไทยโตขึ้นมากกว่า 350 เท่านับตั้งแต่ต้นปีนี้ แปลว่าคนไทยไม่ได้แค่เล่น AI แต่เริ่มเอาไปเขียนของจริงกันแล้ว
10 ทีมที่ได้เข้าโครงการแบ่งเป็นสองสาย ฝั่งสุขภาพและเวลเนสมี CARIVA, Wello Food, Dietz, Precisionize และ FitSloth ส่วนฝั่งการศึกษามี Curico, insKru, Floaino, EasyKids Robotics และ Globish ทำงานร่วมกับ NIA มหิดล และ Techsauce
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดสุดคือ CARIVA ที่ทำ voice agent รับสายโรงพยาบาล คุยได้หลายภาษา นัดหมายได้ และต้องแยกให้ออกว่าสายไหนกำลังเล่าอาการฉุกเฉิน ซึ่งงานแบบนี้พลาดไม่ได้เลย เขาเลยจะเอาเวลาในโครงการไปทำเรื่องวิธีวัดผลโมเดลเสียงโดยเฉพาะ อีกทีมคือ Curico ที่จะเอาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ไปลองใช้ในศูนย์เด็กเล็ก กทม.
สิ่งที่แต่ละทีมได้คือเครดิต API 2,000 ดอลลาร์ เมนเทอร์จาก OpenAI แบบตัวต่อตัว เข้าถึงโมเดลใหม่ล่าสุด และเซสชันรายสัปดาห์เรื่องออกแบบโปรดักต์ การทดสอบ ความปลอดภัย การคุมต้นทุน ไปจนถึงการระดมทุน ปิดท้ายด้วย Demo Day ที่กรุงเทพในเดือนพฤศจิกายน
ผมว่าของที่มีค่าที่สุดในโครงการนี้ไม่ใช่เครดิต 2,000 ดอลลาร์ เพราะเอาจริงๆ ยิงโมเดลหนักๆ ไม่กี่วันก็หมด แต่คือการมีคนที่เคยเห็นของพังมาก่อนมานั่งดูว่าคุณจะวัดผลยังไงว่าของคุณเชื่อถือได้ ซึ่งเป็นช่องว่างที่คนไทยหลายทีมติดกันจริงๆ คือเดโมสวยแต่ไม่กล้าปล่อยให้คนใช้
อีกอย่างที่สังเกตคือหลายทีมในลิสต์ไม่ใช่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ Globish, insKru, EasyKids มีลูกค้าจริงอยู่แล้ว โครงการนี้เลยไม่ได้แปลว่าเริ่มจากศูนย์ แต่คือเอา AI ไปเสริมของที่มีคนใช้อยู่แล้วให้แน่นขึ้น ซึ่งน่าจะเห็นผลเร็วกว่าในเวลาแค่ 8 สัปดาห์
รอดู Demo Day เดือนพฤศจิกายนว่าจะมีทีมไหนออกมาโชว์ของที่ใช้ในโรงพยาบาลหรือโรงเรียนได้จริงบ้างครับ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac