Microsoft Build 2026 จบไปแล้ว…
Microsoft Build 2026 จบไปแล้ว ผมนั่งดูจนจบแล้วรู้สึกชัดเจนมากว่าปีนี้ Microsoft ไม่ได้มองว่า AI เป็นแค่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป แต่กำลังเดิมพันทั้งบริษัทว่าอนาคตคือยุคของ AI agent เต็มตัว ตั้งแต่ตัวเครื่องที่เราวางบนโต๊ะ ไปจนถึงโมเดล ระบบที่ครอบมันไว้ และอุปกรณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ผมเลยรวมของใหม่ที่น่าสนใจที่สุดมาให้ 8 อย่างในโพสเดียว เลื่อนดูภาพประกอบทีละสไลด์ได้เลยครับ
หนึ่ง Surface RTX Spark Dev Box เป็นคอมตัวจิ๋วทรงเหมือนจานดาวเทียมที่วางบนโต๊ะได้สบายๆ แต่จุดที่ทำให้ผมทึ่งคือมันรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ถึง 120B ได้ในเครื่องของเราเอง ไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้น cloud ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์รายเดือน ถ้าของแบบนี้ราคาเข้าถึงได้จริง มันอาจเปลี่ยนวิธีที่นักพัฒนาและองค์กรทำงานกับ AI ไปเลย เพราะข้อมูลอยู่กับเรา ความเป็นส่วนตัวก็สูงขึ้นตามไปด้วย
สอง Microsoft Majorana 2 ชิปควอนตัมรุ่นใหม่ที่ Microsoft เคลมว่า qubit เสถียรขึ้นถึงพันเท่า โดยเปลี่ยนวัสดุมาใช้ตะกั่วในการสร้าง และที่น่าสนใจคือมี AI เข้ามาช่วยออกแบบตัวชิปด้วย เขาตั้งเป้าว่าควอนตัมจะใช้งานได้จริงในปี 2029 ตรงนี้ผมอยากให้มองว่าเป็นการเคลมของผู้ผลิตไว้ก่อน เพราะเรื่องควอนตัมยังต้องรอพิสูจน์อีกเยอะ แต่ถ้าทำได้จริงมันคือการเปลี่ยนเกมระดับโลก
สาม Foundry IQ แนวคิดของมันเรียบง่ายแต่สำคัญมาก คือ AI agent จะฉลาดแค่ไหนสุดท้ายอยู่ที่ว่ามันรู้ข้อมูลของเราดีพอหรือเปล่า Foundry IQ เลยทำหน้าที่เป็นคลังความรู้กลางให้ agent ดึงไปใช้ได้ทันที นักพัฒนาไม่ต้องมานั่งต่อท่อ RAG เองทุกครั้งที่สร้างแอปใหม่ มันเชื่อมได้ทั้ง MCP server ข้อมูลใน OneLake การค้นเว็บแบบ real time และ Azure AI Search ในที่เดียว
สี่ Microsoft Scout อันนี้มุขดีครับ คือมี Copilot แล้วก็มาต่อด้วย Autopilot Scout เป็น AI agent ที่ทำงานเองตลอดเวลาบน Microsoft 365 คอยสรุปงานตอนเช้า เฝ้า Teams เฝ้า Outlook ให้เรา และลงมือทำงานบางอย่างได้เองโดยไม่ต้องรอเราสั่งทีละครั้ง มันคือก้าวจาก ผู้ช่วยที่รอคำสั่ง ไปเป็น เพื่อนร่วมงานที่ทำงานเองได้ ตอนนี้ยังเป็น preview แบบ invite only
ห้า OpenClaw เจ้าพ่อสาย agent ออกมาประกาศบนเวทีว่ารันได้ปลอดภัยบน Windows แล้ว ผ่านสิ่งที่ Microsoft เรียกว่า Execution Containers ซึ่งเปรียบเหมือนกรงครอบ agent เอาไว้ ให้มันทำงานได้เต็มที่แต่ออกมาป่วนเครื่องเราไม่ได้ งานนี้รายใหญ่อย่าง OpenAI NVIDIA และ Hermes มาร่วมวงด้วย สะท้อนว่าเรื่องความปลอดภัยของ agent กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งวงการ
หก MAI 7 โมเดล Microsoft ประกาศสร้างโมเดล AI ของตัวเองรวดเดียว 7 ตัว ทั้งสายภาพ เสียง ถอดเสียง และโค้ด โดยเทรนเองจากศูนย์ เป็นสัญญาณชัดว่าเขาเริ่มลดการพึ่งพา OpenAI ลง ตัวที่เด่นคือ MAI Thinking-1 ที่เขาเคลมว่าเทียบชั้น Sonnet 4.6 ได้ และยังเปิดให้เราจูนโมเดลด้วยข้อมูลของเราเองในสิ่งที่เรียกว่า Frontier Tuning อันนี้ก็ขอใส่คำว่าเคลมไว้เช่นกัน เพราะเป็นตัวเลขจากฝั่งผู้ผลิตเอง
เจ็ด GitHub Copilot app คราวนี้ Copilot ไม่ได้อยู่แค่ในโปรแกรมเขียนโค้ดแล้ว แต่ออกมาเป็นแอปเต็มตัวที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการคุม AI agent หลายตัวพร้อมกัน มาครบทั้ง CLI ที่สั่งงานด้วยเสียงได้ มี SDK ให้นักพัฒนาต่อยอด และมี sandbox ให้ agent ทดลองทำงานในพื้นที่ปลอดภัย เหมาะมากกับยุคที่เราต้องสั่งงาน agent หลายตัวไปพร้อมกัน
แปด Project Solara อันนี้สำหรับผมคือตัวที่ล้ำที่สุดในงาน มันคืออุปกรณ์ที่ไม่มีแอปให้เรากดเลย มีแต่ AI agent ทำงานให้เบื้องหลัง ตัวเครื่องไม่ได้รัน Windows แต่มาในรูปแบบ badge ที่พกติดตัว กับ desk hub ที่วางบนโต๊ะ มันคือการลองนิยามใหม่ว่าคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในยุค agent ควรหน้าตาเป็นยังไง
ภาพรวมที่ผมเห็นจากทั้งงานคือ Microsoft กำลังวางหมากให้ AI agent เป็นชั้นใหม่ของทุกอย่าง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ โมเดล ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง ใครที่ทำงานสายเทคหรือใช้ AI ในงานประจำ ปีนี้คือปีที่ต้องเริ่มคิดจริงจังแล้วว่าจะทำงานร่วมกับ agent ยังไง
พี่ๆ ว่าตัวไหนน่าสนใจหรือน่ากลัวที่สุด คอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac








