Gemini Spark คือผู้ช่วย AI แบบ "ทำงานให้ตลอด 24 ชั่วโมง"…
เริ่มที่ TechCrunch ก่อน คนเขียนสรุปสั้นๆ ว่า "มันมีประโยชน์จริงนะ แต่ไม่ถึงขั้นต้องแยกออกมาเป็นแบรนด์ของตัวเอง" เขาลองใช้หาของลดราคาที่ร้านขายยา Walgreens — Spark บอกได้เลยว่าของชิ้นไหนลด มีคูปองอะไรให้กดเก็บ แถมแนะนำวิธีเอาโค้ดมาซ้อนกันให้ประหยัดขึ้นอีก แต่พอเอาโค้ดไปใช้จริงดันมีอันนึงใช้ไม่ได้ซะงั้น
ที่ขำกว่าคือตอนเขาให้ Spark ทำลิสต์ของที่ต้องเตรียมไปเที่ยว แล้วสั่งให้เซฟลง Google Keep ปรากฏว่า Spark ทำไม่ได้ — มันต่อกับ Keep ไม่ได้ ทั้งที่เป็นแอปจดโน้ตของ Google เอง สุดท้ายเสนอจะทำเป็น Google Docs หรือร่างอีเมลให้แทน ซึ่งใครจะมาเปิด Docs ดูลิสต์ของที่ต้องแพ็คจริงไหมล่ะ ส่วนตัวลิสต์ของที่มันแนะนำนั้นแม่นมาก ทั้งครีมกันแดด น้ำ ผ้าห่ม ร่มเผื่อฝนตก แถมเตือนว่างานนี้ห้ามพาหมาไปด้วย
อีกงานที่เขาให้ทำคือสรุปจดหมายข่าวในอีเมลส่งมาทุกวันศุกร์ เอาเฉพาะ 5 บทความที่ห้ามพลาด Spark ทำได้ไวมาก แต่ส่งมาแค่ 4 อัน (มันตีความคำว่า 5 เป็น "4-5" เอาเอง) แล้วลิงก์ที่ให้มาก็เป็นลิงก์ Google redirect ที่กดแล้วไม่เด้งไปไหน ต้องกดซ้ำอีกที สรุปคือดีแต่ยังมีจุดสะดุดเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด
ทีนี้มาที่ The Verge อันนี้พาดหัวแรงเลย "เป็นประสบการณ์ AI ที่ทั้งน่าทึ่งและน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเจอมา" เขานิยาม Spark สั้นๆ ว่าเหมือน OpenClaw แต่ต่ออินเทอร์เน็ตเก่งกว่า ที่เซอร์ไพรส์คือเรื่องวางแผนทริป — ปกติ AI วางแผนเที่ยวมักได้แต่ของโหลๆ ที่ใครก็หาได้ แต่ Spark ทำได้ลึกกว่าที่เคยเจอ เขาให้ไปไล่ดูอีเมลว่าควรกดเลิกสมัครอันไหนบ้าง และไปขุดงานเก่าที่ยังทำไม่เสร็จใน Docs ก็ทำออกมาเรียบร้อยดี สรุปของเขาคือ "เป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่งมาก แต่อนาคตแบบนี้มันน่าขนลุกอยู่นะ"
แต่ที่ผมว่าเด็ดสุดคือ WIRED พาดหัวว่า "ผมให้ Gemini Spark เข้าถึงทั้งชีวิต แล้วมันจับแฟนผมไปอยู่ฟรเอนด์โซน" เรื่องมีอยู่ว่าเขาพิมพ์สั่งสั้นๆ ประโยคเดียวให้ช่วยวางแผนงานวันเกิด Spark ไปไล่อ่านอีเมลกับปฏิทิน เจอว่าเขาจองร้านคาราโอเกะไว้จริง แล้วร่างแผนงานออกมา 5 หน้าเต็ม ทั้งรายชื่อแขก กฎของร้าน ร้านอาหารใกล้ๆ บาร์ไว้ต่อหลังปาร์ตี้ ร่างอีเมลเชิญ ไปจนถึงธีมงาน เสร็จในไม่กี่นาที
จุดที่ทำเอาคนเขียนหัวเราะไม่ออกคือรายชื่อแขก 15 คน (พอดีเป๊ะกับห้องคาราโอเกะ) มันเอาแฟนเขาขึ้นเป็นคนแรก แต่ดันเขียนเหตุผลว่า "เป็นเพื่อนสนิทและคู่หูที่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย" ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน คบกันยาวมาก แถมเจ้าของวันเกิดเองยังไม่มีชื่อในลิสต์ด้วยซ้ำ และที่หลอนกว่านั้นคือแผนงานมีเลขท้าย 4 ตัวของบัตรเครดิตที่เขาใช้จ่ายมัดจำ 50 ดอลลาร์โผล่มาด้วย
WIRED สรุปบทเรียนไว้สองข้อที่ผมว่าโดนมาก ข้อแรก ยิ่งเราป้อนข้อมูลส่วนตัวให้เยอะ มันยิ่งทำงานได้เจาะจง แต่ก็ยิ่งเปิดช่องเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย — Google เองก็เตือนเรื่อง prompt injection ที่คนร้ายอาจหลอกให้ agent เอาข้อมูลในอีเมลเราไปโพสต์ที่อื่น คนเขียนถึงกับบอกว่ายังไม่กล้าแนะนำให้ใครเอา Spark ไปต่อกับกล่องอีเมลทั้งใบ ข้อสอง มันฉลาดเชิงเทคนิคมากก็จริง แต่ยัง "ไร้สามัญสำนึก" อยู่ดี ให้ข้อมูลทั้งชีวิตไปแล้วมันก็ยังอ่านความสัมพันธ์เราไม่ออก
อ่านครบสามเจ้าแล้วผมว่าภาพมันชัดขึ้นนะ Spark เก่งจริงในแง่ดึงข้อมูลจาก Gmail, Calendar, Docs มาปะติดปะต่อให้เราเร็วๆ แต่จุดอ่อนตรงกันหมดคือมันยังไม่เข้าใจ "บริบทความเป็นคน" และแลกมาด้วยการที่เราต้องเปิดข้อมูลส่วนตัวให้มันเกือบทั้งหมด คำถามที่น่าคิดคือเราพร้อมแลกความเป็นส่วนตัวขนาดนั้นเพื่อความสะดวกแค่ไหน — ตอนนี้ Spark ยังอยู่ในแพ็กเกจ Google AI Ultra ราวเดือนละ 100 ดอลลาร์ ทุกคนคิดว่าคุ้มไหมครับกับการให้ AI รู้จักเราขนาดนี้
ทุกคนว่าไงกันบ้าง พร้อมจะปล่อยให้ AI เข้ามาจัดการชีวิตประจำวันแบบนี้รึยัง บอกกันได้นะครับ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac
