News / เจาะฟีเจอร์ / รวมค่าย
รวมค่าย · เจาะฟีเจอร์

ในบริษัทคุณ ไม่มีใครรู้ว่า user เดินทางในแอปได้กี่ทางจริงๆ

ภีศเดช เพชรน้อย
ภีศเดช เพชรน้อย
21 มิ.ย. 2026 · อ่าน 6 นาที
สรุปสั้น — ในบริษัทคุณ ไม่มีใครรู้ว่า user เดินทางในแอปได้กี่ทางจริงๆ ทีม dev ทีม design ทีม QA ทีม PM สร้างกันมาแค่ "happy path" — ทางที่เรา
#Claude Code#Coding#Agent#เขียน/เอกสาร#Productivity
ในบริษัทคุณ ไม่มีใครรู้ว่า user เดินทางในแอปได้กี่ทางจริงๆ

ทีม dev ทีม design ทีม QA ทีม PM สร้างกันมาแค่ "happy path" — ทางที่เราอยากให้เขาเดิน แต่พอแอปออกไปจริง user มันเดินเป็นร้อยทางที่เราคิดไม่ถึง กดมั่ว ย้อนกลับ เข้าหน้าแปลกๆ ที่เราลืมไปแล้วว่ามี

มีคนทวีตประโยคนึงแล้วโดนผมมาก — "ไม่มีใครในบริษัทคุณรู้ทุกเส้นทางที่ user เดินผ่านแอปได้ เราเลยสร้าง Atlas ขึ้นมา map มันให้หมด"

นี่คือ Atlas ครับ

Atlas เป็นฟีเจอร์ของ Revyl (แพลตฟอร์ม mobile testing + AI agent บน cloud device) สิ่งที่มันทำคือ map ทุกหน้าจอ + ทุก user flow ของแอปมือถือ ออกมาเป็นแผนที่ที่กดดูได้จริง

จุดที่ต่างคือ — มันไม่ได้ map จาก Figma หรือจาก code นะ แต่ map จาก "การรันจริง" (runtime) ทุกครั้งที่มี test session, live user session, หรือ AI agent เข้าไปกดในแอป Atlas จะเก็บข้อมูลแล้ววาดเป็นกราฟ

โครงสร้างมันเป็นแบบนี้

- แต่ละหน้าจอ = node (มี screenshot + UI element ในหน้านั้น)

- การกดจากหน้านึงไปอีกหน้า = เส้นเชื่อม (edge)

- หน้าที่ซ้ำๆ กัน มันรวบ (dedup) ให้เอง

- แล้วประกอบออกมาเป็น user journey อัตโนมัติ

ของจริงที่เล่นได้ฟรีคือ Atlas มี public map ของแอปดังๆ ให้กดดู เช่น DoorDash, Duolingo, Tinder, Uber, LinkedIn, Airbnb, Calm, Runna, Finch, Whop รวม 11 แอป

ตัวเลขที่ผมเช็คจากหน้าเว็บเขาเอง

- Airbnb iOS — 23 หน้าจอ / 13 เส้นทาง / 229 element

- DoorDash — 98 หน้าจอ / 112 transition

- Duolingo — 70 หน้าจอ / 115 transition

- รวมทุก public map — 786 หน้าจอ / 303 user path / 923 transition

แล้วมันใช้ทำอะไรได้บ้าง นอกจากให้ทีมเห็นภาพรวมแอปทั้งตัวในที่เดียว — แผนที่นี้ยังเอาไปเป็น context ให้ AI agent navigate แอปต่อได้ด้วย (agent รู้ว่าหน้าไหนต่อหน้าไหน เลยกดถูก)

อีกอันที่ผมว่าน่าสนใจคือเขามี open-source ชื่อ app-explorer (ของ RevylAI) ที่ใช้ Claude Code + Revyl CLI บูต cloud device ขึ้นมา แล้วให้ agent explore แอปแบบ BFS (ไล่กดทีละชั้น) จนได้แผนที่ออกมาเป็น interactive report — แอป iOS เขามี skeleton extraction จาก binary ช่วยด้วย (Android ตามมา)

ของพวกนี้ผมว่าดี แต่ขอ honest กับทุกคนตามสไตล์

มันไม่ใช่ปุ่มเดียวจบ — Atlas map ได้ "เท่าที่เคยมีคนรันผ่าน" เท่านั้น ถ้าไม่เคย run session หรือ agent ยังไม่เคยกดเข้าไป หน้านั้นก็จะไม่โผล่ในแผนที่ ยิ่งหน้าที่ต้อง login (auth-gated) หรือ flow ปลายทางลึกๆ ยิ่งต้อง run เพิ่มถึงจะครบ — แปลว่ายิ่งใช้เยอะ แผนที่ยิ่งสมบูรณ์ ไม่ใช่ครบตั้งแต่วันแรก

และตอนนี้เน้น iOS เป็นหลัก (Android กำลังตามมา) ส่วน Atlas เองเป็นฟีเจอร์ในแพลตฟอร์ม Revyl ที่มีแพ็กเกจของมัน แต่ public map ของแอปดังๆ กดดูฟรีได้ที่ revyl.com/atlas

ผมว่าไอเดียมันโดนตรงที่ — เราชอบคิดว่าเรารู้จักแอปตัวเองดี แต่จริงๆ เรารู้แค่ทางที่เราออกแบบ ส่วนทางที่ user เดินจริง เราแทบไม่เห็นเลย เครื่องมือแบบนี้เลยทำให้ "ของที่ user เจอจริง" กลายเป็นภาพที่จับต้องได้

ทุกคนคิดว่าไงครับ ทีมไหนเคยเจอเคส user เดินทางแปลกๆ ในแอปจนงงเล่าให้ฟังได้

อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?

เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก

ดูคอร์ส →

📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac