News / How-to / รวมค่าย
รวมค่าย · How-to

อนาคต AI ปี 2026 : Agentic AI, Quantum Utility, Physical AI

Mac
ภีศเดช เพชรน้อย
31 ธ.ค. 2025 · อ่าน 7 นาที
อนาคต AI ปี 2026 : Agentic AI, Quantum Utility, Physical AI

สามคำนี้คือสัญญาณเตือนว่า “AI กำลังจะไม่ใช่แค่ตอบเก่ง แต่จะลงมือทำ คิดเอง และอยู่รอบตัวเราจริงๆ”

ผมไปฟังคลิปนี้มา เป็นคลิปคาดการณ์ AI Trends ปี 2026 - AI Trends 2026: Quantum, Agentic AI & Smarter Automation จาก IBM Technology คลิปนี้คือการพยายามเดาอนาคต AI ปี 2026 แบบจริงจัง แต่ฟังเพลินเหมือนนั่งคุยกันง่ายๆ

เหมาะมากสำหรับคนที่

• ทำงานสาย Tech / Product / Business

• กำลังคิดว่า AI จะกระทบงานเรายังไง

• หรือใครที่เริ่มรู้สึกว่า “AI มันมาไกลเกินกว่าจะตามไม่ทันแล้วหรือเปล่า”

เลยเอามาแชร์ให้ฟังแบบย่อยง่ายครับ

1. Multi-Agent Orchestration (ทีม AI ทำงานเป็นทีมจริงๆ)

ปีที่แล้วคือ “ปีของ Agent” แต่ปี 2026 คือ “ปีของทีม Agent”

แทนที่จะหวังให้ AI ตัวเดียวเก่งทุกอย่าง เราจะมี Planner, Worker, Critic ทำงานร่วมกัน

มีตัวหนึ่งคิดแผน ตัวหนึ่งลงมือทำ ตัวหนึ่งคอยตรวจงาน ฟีลเหมือนมีทีมงานดิจิทัลส่วนตัว

.

2. Digital Labor Workforce (แรงงานดิจิทัลเริ่มจริงจัง)

AI ไม่ได้แค่ช่วย แต่เริ่ม “ทำงานแทน” เป็น workflow ยาวๆ ได้

รับ input ได้หลายรูปแบบ วางแผนเอง แล้วไปเชื่อมต่อระบบอื่นเพื่อทำงานให้จบ

มนุษย์เปลี่ยนบทบาทเป็นคนคุมทิศ คอยตรวจ คอยแก้ มากกว่านั่งทำเองทุกขั้น

.

3. Human-in-the-Loop ยังสำคัญอยู่

ถึง AI จะเก่งขึ้น แต่ยังไม่ปล่อยให้วิ่งเดี่ยว

มนุษย์ยังต้องคอยกำกับ ตรวจสอบ และตั้งกรอบ

ไม่ใช่เพราะ AI โง่ แต่เพราะงานจริงมันมีบริบท ความเสี่ยง และความรับผิดชอบ

.

4. Physical AI (AI ลงโลกจริง ไม่ได้อยู่แค่จอ)

จาก AI ที่เข้าใจตัวหนังสือ → เข้าใจภาพ → ต่อไปคือเข้าใจ “โลก 3 มิติ”

หุ่นยนต์จะไม่ต้องเขียน rule ทีละบรรทัด แต่เรียนรู้จาก simulation

รู้แรงโน้มถ่วง รู้ว่าจับของยังไงไม่ให้พัง อันนี้เริ่มเห็นของจริงมากขึ้น

.

5. World Foundation Models

โมเดลที่ไม่ได้แค่ตอบ แต่ “ทำนายโลกจริงได้”

เข้าใจวัตถุ การเคลื่อนไหว และเหตุ-ผลในเชิงฟิสิกส์

หลายอย่างกำลังย้ายจาก lab ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

.

6. Social Computing & Collective Intelligence

มนุษย์ + AI + Agent + หุ่นยนต์ จะอยู่ใน ecosystem เดียวกัน

ข้อมูล ไอเดีย และ intent ไหลไปมาแบบไร้รอยต่อ

เกิดสิ่งที่เรียกว่า collective intelligence หรือปัญญารวมหมู่

.

7. Verifiable AI (AI ต้องตรวจสอบได้)

กฎหมายอย่าง EU AI Act กำลังบังคับให้ AI ต้องโปร่งใส

ต้องรู้ว่าใช้ข้อมูลอะไร เทรนยังไง ใครรับผิดชอบ

คล้าย GDPR แต่เป็นเวอร์ชัน AI ซึ่งจะกระทบคนทั้งโลก ไม่ใช่แค่ยุโรป

.

8. Quantum Utility (ควอนตัมเริ่มมีประโยชน์จริง)

ไม่ใช่แค่ทดลอง แต่เริ่มแก้ปัญหาจริงได้ดีกว่า classical computer

ทำงานร่วมกับระบบเดิม ไม่ได้มาแทนทั้งหมด

เหมาะกับ optimization, simulation, decision-making ระดับยากๆ

.

9. Hybrid Quantum-Classical Era

ควอนตัมไม่มาเดี่ยว แต่มาคู่กับคอมพิวเตอร์แบบเดิม

ธุรกิจจะเริ่มใช้โดยไม่รู้ตัว เหมือนใช้ cloud วันนี้

.

10. Reasoning at the Edge (คิดได้บนเครื่องเราเอง)

โมเดลเล็กลง แต่ “คิดเป็น”

ทำงาน offline ได้ ข้อมูลไม่ต้องออกจากเครื่อง

เหมาะกับงาน real-time และงานที่ความเร็วกับความเป็นส่วนตัวสำคัญมาก

.

11. Distilled Reasoning Models

เอาวิธีคิดของโมเดลยักษ์ มาสอนโมเดลเล็ก

ผลคือ AI ตัวเล็ก แต่คิดเป็นขั้นเป็นตอน

เหมือนเด็กที่ถูกติวด้วยเฉลยของเด็กเทพ

.

12. Amorphous Hybrid Computing (โครงสร้างคอมพิวต์แบบไหลลื่น)

AI model ไม่ได้มีแค่ transformer อีกต่อไป

infra ก็ไม่ใช่แค่ CPU หรือ GPU แต่รวม QPU, neuromorphic chip

ระบบจะเลือกเองว่า งานไหนควรรันบนอะไร เพื่อให้คุ้มและแรงที่สุด

.

ฟังจบแล้วรู้สึกอย่างเดียวเลยครับ

ปี 2026 นี่ AI ไม่ได้ถามแล้วว่า “ช่วยอะไรดี”

แต่ถามว่า “จะให้ทำอะไรต่อ”

ใครเริ่มคุ้นกับการสั่งงานตั้งแต่วันนี้ น่าจะทำงานสบายกว่าเพื่อนนิดนึงครับ 😄

อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?

เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก

ดูคอร์ส →

📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac