ลบภาพจำของ Spotlight หรือการกด Command + Spacebar แบบเดิมๆ…
เชื่อไหมครับว่า ในยุคที่ทุกแอพพยายามจะเป็น AI ไปหมด แต่ Tuna เลือกที่จะกลับไปหา "จิตวิญญาณ" ของความเร็วระดับเทพแบบ Quicksilver ในตำนาน แต่เขียนใหม่ด้วย Swift แบบ Native 100% เพื่อให้เข้ากับ macOS 15 Sequoia โดยเฉพาะ!
เรื่องของเรื่องคือ Mikkel Malmberg นักพัฒนาสายอินดี้เขาเบื่อระบบเดิมๆ เลยสร้าง "คันเบ็ด" ชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อตกเหล่า Power User โดยเฉพาะครับ และนี่คือสิ่งที่ Tuna ทำได้:
โหมดการใช้งาน 4 ทิศทาง (Modal Interface):
1.Fuzzy Mode: ค้นหาแบบคลุมเครือ พิมพ์แค่ตัวย่อ แอพหรือไฟล์ที่ซ่อนอยู่ก็เด้งขึ้นมาทันที
2.Leader Mode: สายคีย์บอร์ดต้องกราบ! ใช้ Key นำหน้าเพื่อสั่ง Action ลัด เช่น เปิดเว็บเฉพาะทางหรือรันสคริปต์แบบไม่ต้องใช้เมาส์
3.Text & Talk Mode: จะพิมพ์คำนวณเลข หรือจะ "พูด" เพื่อสั่งงาน (Voice) ก็ทำได้ลื่นๆ เหมือนคุยกับเลขา
No Subscription Fatigue:
จุดที่ผมชอบที่สุดคือ "จ่ายจบในครั้งเดียว" ครับ ผู้พัฒนาประกาศชัดเจนว่าเขาเกลียดระบบเช่าใช้รายเดือน Tuna เลยมาในรูปแบบซื้อขาด (One-time purchase) เพื่อปลดล็อก Full Access
รวดเร็วแต่ยังมีความเป็น Beta:
ตอนนี้แอพเพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมาครับ ยังมีบั๊กเล็กๆ น้อยๆ เช่น ระบบแปลงสกุลเงินหรือ Onboarding บางจุด แต่ผู้พัฒนาแก้ไวมากเหมือนกด Refresh
มุมมองส่วนตัวครับ ถ้าถามว่าต่างจาก Alfred หรือ Raycast ยังไง? บอกตรงๆ แบบไม่อวยนะครับ Raycast คือห้างสรรพสินค้าที่มีทุกอย่างรวมถึง AI ส่วน Alfred คือเครื่องมือช่างที่ปรับแต่งได้ลึกสุดใจ... แต่ Tuna คือ "รถแข่ง" ครับ มันตัดความเทอะทะออกแล้วเน้นที่ Workflow ความเร็วสูงผ่าน Modal System
ถ้าคุณเป็นคนที่รู้สึกว่า Raycast เริ่มหนักเครื่อง หรือ Alfred ดูเก่าไปหน่อย Tuna คือทางเลือกที่ "สด" และ "แรง" มากครับ ที่สำคัญคือความรู้สึกแบบ Native มันทำให้ Mac ของเราดูแพงขึ้นจริงๆ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac
