RayNeo iO แว่นตา AI ที่ผมรอคอยมาสักพักแล้วครับ เปิดตัวจากค่าย…
จุดที่ผมชอบที่สุดคือมันไม่มีกล้องและไม่มีลำโพงเลย ตั้งใจตัดสองอย่างนี้ทิ้งเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่ากำลังโดนแอบถ่าย ต่างจากแว่น Meta Ray-Ban ที่โดนวิจารณ์เรื่องนี้บ่อย
จอเป็น MicroLED สีเขียวโมโนโครม โปร่งใส 97% สว่างสุด 1300 nits มองเห็นข้อมูลลอยอยู่ในสายตาแบบเนียนๆ เฉพาะคนใส่มองเห็น คนอื่นมองมาก็เห็นแค่แว่นธรรมดา
ฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์คือของจริง รองรับ 55 ภาษา 109 สำเนียง ผ่านเอนจิ้น Timekettle BabelOS 3.0 latency ประมาณ 1 วินาที และภาษาไทยอยู่ในกลุ่มภาษาที่ Timekettle รองรับอยู่แล้วในทุกอุปกรณ์ของค่ายนี้ครับ ต้องรอเทสจริงตอนวางขายอีกทีว่าคุณภาพแม่นแค่ไหน
ด้าน AI ตัวหลักใช้ RayNeo AI กับ Gemini 3.1 Flash Lite ฟรี ส่วนใครอยากได้โมเดลอื่นมีให้สลับเพิ่มทั้ง ChatGPT, Claude และ DeepSeek ผ่านแอปคู่กัน แบตอึดใช้งานได้ถึง 48 ชั่วโมง
รีวิว hands-on จากสื่อจีนและต่างประเทศออกมาเป็นบวกเกือบหมด ชมเรื่องน้ำหนักเบา บาลานซ์ดี ดูเหมือนแว่นปกติ และฟีเจอร์บันทึกประจำวันอัตโนมัติที่ทำให้รู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยจดสรุปให้ ข้อจำกัดที่คนพูดถึงคือจอมีสีเดียว และยังต้องพึ่งมือถือบ้างในบางฟีเจอร์
เรื่องหนึ่งที่ผมเสียดายคือ iO ยังไม่มีโหมดแบบ Terminal Mode ของ Even G2 ที่เอาไว้เห็นสถานะ coding agent อย่าง Claude Code ลอยอยู่ในสายตาแบบ hands-free ได้เลย RayNeo มี Open Platform กับ SDK ให้ dev เข้าไปทำแอปเองอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีใครต่อยอดฟีเจอร์นี้ให้ iO สักที หวังว่าจะมีคนทำตามมาหลังวางขายจริง
เปิดขาย 4 กันยายนนี้ ราคาเริ่มต้น 479 ดอลลาร์ครับ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac