Project AVA จาก Razer เอา Grok AI ออกมาจากจอมือถือ
มันไม่ใช่แค่ผู้ช่วยเสียง แต่เป็นตัวตนที่นั่งอยู่ข้างเรา คุยได้ มองเห็นหน้าจอเรา และค่อยๆ เรียนรู้เราไปเรื่อยๆ เหมือนมีเพื่อนร่วมโต๊ะที่ไม่หายไปไหน
แนวคิดของ Project AVA คือเอา AI ออกจากจอ เอามาอยู่ในโลกจริง เป็นอุปกรณ์ตั้งโต๊ะที่มีโฮโลแกรม 3D ขนาด 5.5 นิ้ว มีบุคลิก มีสีหน้า มีสายตา ใช้กล้อง ไมค์ และเซนเซอร์เพื่อเข้าใจบริบทรอบตัว ไม่ใช่แค่ฟังคำสั่งแล้วตอบกลับแบบหุ่นยนต์
สิ่งที่น่าสนใจคือ AVA ไม่ได้ถูกวางตัวเป็นแค่ผู้ช่วยงาน แต่เป็น “AI desk companion” ที่อยู่กับเราตลอด 24/7 ตั้งแต่จัดตารางชีวิต คิดงาน วิเคราะห์ข้อมูล แปลภาษา ไปจนถึงเป็นโค้ชเกมคอยชี้จุดพลาดแบบเรียลไทม์
Razer เลือกให้ AVA มีหลายตัวตนให้เลือก ทั้งสายสงบ สายซัพพอร์ต สายกลยุทธ์ หรือแม้แต่ตัวละครพิเศษอย่าง Faker หรือไอดอลจาก SAO ซึ่งผมมองว่านี่คือการเอาวัฒนธรรมเกมและแฟนด้อมมาผูกกับ AI ได้ฉลาดมาก เพราะมันทำให้คนอยาก “ผูกพัน” ไม่ใช่แค่ใช้งาน
ด้านเทคโนโลยี ตอนนี้ AVA ใช้ Grok จาก xAI เป็นสมองหลัก แต่ Razer ออกแบบระบบให้เปิดกว้าง รองรับ AI ค่ายอื่นในอนาคต รวมถึง Razer AI ของตัวเอง จุดนี้สะท้อนว่าพวกเขามอง AVA เป็นแพลตฟอร์มระยะยาว ไม่ใช่ของเล่นโชว์เทคโนโลยีเฉยๆ
อีกจุดที่สำคัญคือ AVA ต้องต่อกับ Windows PC ผ่าน USB-C เท่านั้น เพื่อให้เห็นหน้าจอเราแบบ latency ต่ำ โหมดนี้เรียกว่า PC Vision Mode ซึ่งทำให้ AVA วิเคราะห์สิ่งที่เราทำอยู่จริงๆ ไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นเกม อันนี้ต่างจาก AI ทั่วไปที่ “ไม่เห็นอะไรเลย”
ในมุมเกม Razer ย้ำชัดว่า AVA ไม่ได้โกงเกม มันเป็นโค้ช ไม่ใช่บอทเล่นแทน ช่วยสอน ช่วยวิเคราะห์ ช่วยให้เก่งขึ้น ซึ่งถ้าทำได้ตามที่พูดจริง ผมว่ามันจะเปลี่ยนวิธีฝึกเล่นเกมไปเลย แต่คอนเซ็ปอย่างกับวัน April Fools' Day
Project AVA วางขายครึ่งหลังปี 2026 และเปิดให้วางมัดจำแล้วในบางประเทศ และถ้า Razer ทำประสบการณ์ออกมาได้ดีจริง โต๊ะคอมในอนาคตอาจไม่เงียบอีกต่อไป แต่ผมคนนึง ที่น่าจะไม่ใช้แน่ๆ ขอเงียบๆ ดีกว่า 😂
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac



