Figma design agent คือตัวที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดในชุดประกาศ Config…
ความต่างระหว่าง agent ที่แค่ช่วยทำงาน กับ agent ที่เข้าใจเราจริงๆ คือ context พอ agent รู้จักโปรเจค รู้จักแบรนด์ รู้จักวิธีทำงานของทีม มันเลิกเป็นแค่เครื่องผลิตงาน แล้วกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ collaborate กับเราได้
ที่ผมว่าปลดล็อกสุดคือเราสร้างเครื่องมือของตัวเองได้ อยากได้ plugin แปลกๆ ที่ design tool ไม่มีให้ ก็พิมพ์บอก agent ให้สร้าง generative plugin ขึ้นมาเลย หรืออยากได้ shader effect แบบ dither liquid metal halftone ก็บอกมัน มันสร้างให้แบบปรับ parameter สดบน canvas ได้ ไม่ต้องเขียน plugin API ไม่ต้องตั้ง dev environment เหมือนแต่ก่อน มีดีไซเนอร์คนนึงบอกว่าจากเดิมที่ต้องไปขอ favor จาก dev ที่อาจไม่มีเวลาช่วย ตอนนี้แค่พิมพ์ขอสิ่งที่อยากได้ตรงๆ จากศูนย์ความเป็นไปได้ กลายเป็นมีความเป็นไปได้เต็มไปหมด
อีกอันที่ผมชอบคือเรื่อง context กับ skills แนบไฟล์ user interview เข้าไปได้ วางลิงก์ไฟล์ Figma อื่นให้มันอ่านโครงสร้างจริงได้ ค้นเว็บดึงข้อมูลสดได้ ต่อ MCP เข้า GitHub Slack Notion ได้ แล้ว skills ก็คือการเซฟวิธีคิดของเราเป็น slash command เอาไปแชร์ให้ทั้งทีมใช้ design philosophy หรือสไตล์ลายเซ็นของเรากลายเป็นสิ่งที่ทุกคนหยิบไปใช้ต่อได้
จุดที่ผมว่าน่าคิดคือประโยคนึงจากคนที่ลองใช้ เขาบอกว่าการได้สร้างเครื่องมือของตัวเอง คือการได้ควบคุม เพราะเครื่องมือทุกอันมันแบกมุมมองว่าอะไรควรเป็นไปได้บ้าง พอเราสร้างเองได้ เราก็กำหนดเพดานความเป็นไปได้ของตัวเองได้ ไม่ต้องรอให้ tool มากำหนดให้
ตอนนี้ design agent เปิด open beta แล้วสำหรับ Full seat บน Professional Organization และ Enterprise ช่วงเบต้าใช้ฟรี
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac