Anthropic ปล่อยงานวิจัยชิ้นแรกในโปรเจกต์ทำให้ Claude เก่งเคมี…
NMR คือการยิงคลื่นแม่เหล็กใส่โมเลกุลเพื่อดูว่าอะตอมแต่ละตัวอยู่ตรงไหน นักเคมีต้องมานั่งจับคู่ทุกพีคในสเปกตรัมกับอะตอมในโครงสร้างด้วยมือ Anthropic เลยเอา Claude สามรุ่นไปวัดกับซอฟต์แวร์ที่นักเคมีใช้จริงอย่าง ChemDraw และ MestReNova บนสารยี่สิบตัวที่ดึงจาก preprint ที่เพิ่งตีพิมพ์หลังโมเดลเทรนเสร็จ เพื่อกันไม่ให้โมเดลเคยเห็นมาก่อน
ผลออกมาว่า Opus 4.7 ทำนายตำแหน่งพีคของไฮโดรเจนได้แม่นสุด คลาดเคลื่อนเฉลี่ยแค่ ±0.079 ppm ซึ่งดีกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงที่นักเคมียอมรับ ส่วนคาร์บอนก็สูสีกับ MestReNova และที่เด่นมากคือเรื่องรูปร่างการแยกของพีค Claude ทำนายระยะห่างย่อยได้แม่นในระดับครึ่งเฮิรตซ์ราว 80% ขณะที่ซอฟต์แวร์เดิมทำได้แค่ 26 ถึง 35%
แต่จุดที่ผมว่าว้าวสุดคือมันทำย้อนกลับได้ด้วย คือให้สเปกตรัมมา แล้วเดาว่าโครงสร้างโมเลกุลคืออะไร ซึ่งเป็นงานยากที่ซอฟต์แวร์เดิมยกให้เป็นหน้าที่ของคน Opus 4.7 ถอดโครงสร้างกลุ่มง่ายได้ถูกครบทั้งแปดตัวทุกครั้ง ส่วนกลุ่มที่ซับซ้อนกว่าเมื่อให้สารตั้งต้นเป็นใบ้ ก็ถูกอีกสี่ในเจ็ดตัวแบบเต็มสามครั้ง ที่สำคัญคือมันทำจาก 1D NMR ที่ก๊อปวางในแชทได้เลย ไม่ต้องใช้ 2D NMR หรือซอฟต์แวร์มีลิขสิทธิ์เหมือนเดิม
Anthropic ก็พูดข้อจำกัดตรงๆ ว่าการทดลองนี้ยังเล็ก แค่ยี่สิบกับสิบห้าตัว ทดสอบแค่บางตระกูลสาร บาง solvent และยังไม่แตะเรื่อง 2D หรือ stereochemistry เลยควรอ่านเป็นสัญญาณเริ่มต้นมากกว่าข้อสรุป แต่ผมว่าทิศทางนี้สำคัญ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าโมเดลทั่วไปกำลังเริ่มช่วยงานวิทยาศาสตร์เฉพาะทางที่เคยต้องพึ่งเครื่องมือเฉพาะได้จริงๆ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac
