ปีที่แล้ว หลายรีเสิร์ชบอกว่า Gap ของ AI คือ
องค์กรซื้อให้ พนักงานไม่ใช้
พนักงานใช้ AI ส่วนตัว ยอมจ่ายเงินเอง อาจจะเพราะตัวที่ซื้อให้เก่งไม่เท่า
ปีนี้จะ Gap จะยิ่งห่างกว่า
Copilot เวอร์ชันฟรี ไม่เก่งพอที่จะใช้จบงาน จริงๆ แค่ใช้ถามบางอย่างก็ตอบไม่ได้ (จากความรู้สึกที่ถามพนักงานหลายคนที่เข้าไปสอน)
แต่ตัวจ่ายเงิน องค์กรจ่ายให้ทุกคนไม่ไหว ถึงไหว ก็รู้ว่าจ่ายไปก็อาจจะไม่คุ้ม ถ้าทุกคนไม่ใช้ให้หมด
Feed Social ก็บอกเราทุกวันว่า Claude Cowork เทพ Open Claw เก่งสุดๆ คนที่ไม่รอองค์กร ก็ซื้อ Cowork ไปลอง เพื่อนผมหลายคนก็ซื้อ Chat GPT เอง ก็ไปใช้ Codex ได้
แต่คนเหล่านั้นก็รู้ว่า Literacy เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมันสำคัญ พนักงานก็มีทุกคน ว่าไม่ใส่ข้อมูลองค์กรลง AI ที่ซื้อเอง แม้ว่าจะปิดไม่ให้เอาข้อมูลไปเทรนต่อ
แต่พอเอาไฟล์ที่ Generalize ข้อมูลลับออก ไปลองกับ ตระกูลที่ไม่ใช่ Copilot นี้ ผลลัพธ์กลับห่างกันหลุดโลก
จนกลับมาหงุดหงิด Tools ที่บริษัทซื้อให้
แต่ถ้ามองหัวองค์กรก็ Trade-off ไม่ได้ ระหว่างความเก่งสุด กับความปลอดภัยสุดๆ โดยส่วนใหญ่องค์กรก็เลือกความปลอดภัยมากกว่า (เพราะความเก่ง เรายังพอหาได้ แต่ความปลอดภัย ปัญหาที่ตามมามันอีกเยอะ
สถานการณ์แบบนี้ทำให้เกิดความย้อนแย้งและใช้ AI ไม่สุดในบางองค์กรใหญ่
ปีที่แล้วไปสอนบางองค์กร SME ที่มีไซส์ไม่ใหญ่มาก ยอดขาย 500-1000 ล้าน
พนักงาน Management ไม่เกิน 20 คน ความเท่คือ คุยกันได้หมด
Structure ยังไม่ใหญ่มาก และที่สำคัญสุด ซื้อ Chat GPT Team - Enterprise ให้ทุกคน ตอนนั้นได้ยินก็ตื่นเต้นแทน สอนสนุกมาก มี Agent ในทีมหลายตัว ใช้ทุกฟีเจอร์ และชวนให้เทียบ Cost ที่จ่าย กับโปรเจคที่ลองให้ทำแล้ววัด ROI เออ แค่เดือนสองเดือนก็อาจจะคุ้มแล้วถ้าใช้คุ้มๆ
เดาว่าตอนนี้องค์กรนั้นอาจจะคุยกันเปลี่ยนคลัง Prompt ที่สร้างเองเป็น Skills เป็น plug-in หมดแล้ว
เลยเห็นโอกาสมากๆ ว่าปีนี้ SME ที่ขยับตัวไว มีหน่วยทดลอง AI (ที่ไม่ใช่ Tools นะ แต่คือก้อนความสามารถใหม่ๆ แบบ agentic ในเครื่อง) แล้วปรับไปใน Workflow บางตัวที่ leverage จุดแข็งได้ จะลดต้นทุน ลดทรัพยากร เร่ง speed ได้มาก เพราะ SME อาจจะ Trand-off ความกล้าเสี่ยงได้มากกว่าองค์กรใหญ่นิดนึงงง
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac
