บทเรียนที่บอกตัวเองกับทีมตอนกำลังทำ Startup ในยุค AI
เนื่องจากช่วงนี้ดูงานที่สร้างจาก Claude เยอะและทำกระทู้ว่า Startup AI ไทยมีตัวไหนบ้าง พบว่ามีเป็นพันตัว ต่างกันตรง Stage
ผมกับทีมทำ Startup ด้าน HR Tech Human Tech มาหลายปี บางตัวหลายๆ องค์กรก็ใช้งานอยู่ เมื่อก่อนมันช้าตรงการขึ้นแต่ละฟีเจอร์ แต่ที่สำคัญกว่าคือ เมื่อสร้างมาเสร็จ มันคือการ Scale ให้ได้ คือทำให้ตลาดยอมรับให้ได้ และยอมจ่ายให้ได้ แถมเมื่อจ่ายได้ คนใช้ต้องไม่พัง อยาก Product นึงของทีมคือระบบ Assessment เข้าองค์กร (ซึ่งอันนี้ไม่ได้ขายของ แต่อยากซื้อทักมาได้ครับ ฮ่าๆๆ) Candidate สมัครมาวันไหนก็ไม่รู้ ทำแบบทดสอบวันไหนก็ไม่รู้ พังไม่ได้ อันนี้คือจุด Challenge
ในมุมส่วนตัว ตอนนี้ใช้ Claude Code ทำแอพของตัวเองใน Use Case ของตัวเอง ทำเสร็จ Push Production เลย ผิดทุกกฎการส่งแอพ แต่นี่รู้กับตัวเองว่า พัง ฉันก็คือซ่อม และให้ Claude Back up Data หน้าบ้านหลังบ้านไว้ตลอด ฉันรับผิดชอบความพังของแอพตัวเองได้
ทำมาเกือบ 14 ตัวในเวลา 2 เดือน ใช้จริงทุกตัว
แต่ตอนงาน PMAT - Personnel Management Association of Thailand สัปดาห์ที่แล้วไปออกบูธ อยากจะทำระบบเก็บ Form เก็บ Lead ของตัวเอง เลยสร้าง BASE OS ของ BASE Playhouse ขึ้นมา ฟอร์มตรงใจคิดมากกว่า Typeform Animation แพรวพราว อยากให้เด้งยังไง อยากให้เช็คลูกค้าเก่ายังไง แบบถ้าเป็นลูกค้าเก่าจะเด้งว่า ยินดีที่ได้เจอพี่ๆ อีกครั้ง ไรแบบนี้ สุดๆ ชอบมาก ก่อนวันจริงให้ Claude Code ยิงเทสระบบทุกเคสว่าจะร่วงไหม ผลลัพธ์ ไม่ร่วง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตั้งแต่เช้าวันงาน น้องโทรมาว่า พี่แม็ก Lead หาย ในใจ ชิบหายแล้ว remote control ไว้เปิดทักถาม Claude น้องบอก lead หาย มันบอก ไม่หาย ไปถามลูกค้าสิกว่า กด Submit เปล่า ตลอดทั้งงานเช็คกับ Claude ไปสี่สิบครั้ง ผลลัพธ์มีทั้งมันพลาดจริงๆ แบบ ข้อมูลไม่หายนะ แต่เราให้ Show Dashboard by Product แล้วมันลืมบาง Product มาโชว์ ใน Database ครบ กับบางครั้งผิดที่ Human เองด้วย น้องกรอกสามฟอร์ม มันส่งเข้าอีเมล์สองฟอร์ม เราถามว่าทำไมไม่ครบ มันบอกน้องพิมอีเมล์ตัวเองผิด เมล์ไม่มีอยู่จริง เช็ค เออ จริงว่ะ
เนี่ยครับ เอามาเล่าให้ฟังว่า Challenge ของการ Build ของยุคนี้ นอกจากไอเดียที่มันตอบ Painpoint ไหม และถ้าอยากจะต่าง ก็ต้องใส่ UX ดีๆ ที่ไม่มี Pattern ในเนทลงไป ใส่ความ Human ลงไปเช่นกรอกเยอะไปไหม บาลานซ์ระหว่างกรอกเยอะ กับได้ข้อมูลเยอะ กับหงุดหงิดจนไม่ Summit ยังไงซึ่ง AI คงแทนไม่ได้แน่ๆ แต่สิ่งที่ Challenge เยอะกว่าคงเป็นการ Scale ให้ลูกค้า Trust และยอมซื้อ และทำให้ User เข้ามาเยอะๆ แล้วไม่พังนี่แหละ ที่ Challenge มากกว่า ซึ่งผม as a founder ที่ไม่ Tech จ๋าก็ทำได้ Scope ประมาณนี้ที่รับความเสี่ยงได้ แต่ถ้าเป็น product ที่ใช้กับลูกค้าจริงๆ ก็ต้องให้ทีม Tech ทำอยู่ดี เพราะเรามี unknow ที่เราไม่รู้เกี่ยวกับ Technical Scale อยู่เยอะมากๆ
อีกเรื่องที่พบคือ เดือนนี้เข้าเว็บไปส่อง Startup Thai เยอะมาก จะมาทำ Content แปลกใจที่ Product ใน Social ดูดีแต่หน้าเว็บไซต์ไม่รู้เลยว่าคืออะไร ขายคนไทย หน้าเว็บเป็น Eng ขาย Product หน้าเว็บไม่มีดีเทลเลยว่าคืออะไร เป็นบทเรียนให้ผมถอดไปบอกน้องๆ ในทีมเหมือนกันว่าหน้าเว็บเราขาดอะไรไป เรื่องพวกนี้แหละ Challenge ในยุค AI Buid ง่าย แต่ทำให้ลูกค้าซื้อ และใช้ต่อไปเรื่อยๆ ยังไงมันก็ยากเหมือนเดิม
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac


