News / รีวิว / รวมค่าย
รวมค่าย · รีวิว

ถ้าไม่มี Junior ในวันนี้

Mac
ภีศเดช เพชรน้อย
17 เม.ย. 2026 · อ่าน 7 นาที
ถ้าไม่มี Junior ในวันนี้

จะไม่มี Senior ในวันนั้น

ประโยคนี้ช่วงนี้กลับมาแรงมาก เพราะโลก dev กำลังเริ่มเห็น “ผลข้างเคียง” ของ AI จริง ๆ แล้ว และผมคิดว่า เอาจะเกิดกับอาชีพอื่นที่มี Junior-Senior เหมือนกันได้

ช่วงนี้ผมเห็น discussion หนึ่งที่น่าสนใจมาก คือหลายบริษัทเริ่ม “ไม่อยากรับ junior” เพราะ Claude Code หรือ AI coding tools อื่น ๆ ทำงานแทนได้เยอะขึ้น ตั้งแต่เขียนโค้ดพื้นฐาน debug ไปจนถึงงาน routine

ฟังดูเหมือน productivity ดีขึ้นนะ แต่คำถามที่ตามมาคือ

แล้วอีก 5 ปี… senior จะมาจากไหน?

มี Matt Garman - CEO Amazon Web Services (AWS)

ถึงกับพูดตรง ๆ ว่า

การแทน junior ด้วย AI เป็น “หนึ่งในไอเดียที่โง่ที่สุด”

เพราะมันคือการทำลาย talent pipeline ขององค์กร

และนี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

มีงานวิจัยจาก Stanford Digital Economy Lab ที่พบว่า

– การจ้างงานกลุ่ม entry-level (22–25 ปี) ในสายที่ AI กระทบสูง ลดลงประมาณ 13–16% (บางข้อมูลเห็นได้ถึงใกล้ 20%)

– ในขณะที่กลุ่ม experienced กลับ stable หรือเพิ่มขึ้น

แปลว่าอะไร?

แปลว่าโลกกำลังค่อย ๆ shift จาก “พีระมิด”

ที่มี junior เยอะ → mid → senior น้อย

ไปเป็น “ทีมเล็ก แต่ senior หนัก + AI”

ซึ่งมันเริ่มเปิด Scenario ใหม่ ๆ ที่น่าคิดมาก

Scenario 1: Talent Pipeline พังแบบเงียบ ๆ

วันนี้ลดการรับ junior = คนรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสฝึกของจริง

อีก 5–10 ปี senior รุ่นเก่าทยอยหายไป แต่ไม่มีคนขึ้นมาแทน

สิ่งที่อาจตามมาคือ “สงครามชิงตัว talent” บริษัทต้องแย่ง senior กันหนักขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น และ cost ของการสร้างทีมพุ่งตามไปด้วย

Scenario 2: Senior กลายเป็น AI Babysitter แบบไม่ได้เกษียณ

แทนที่จะโฟกัส design หรือ architecture กลับใช้เวลาไปกับการ review และแก้โค้ดจาก AI

เริ่มมีความกังวลว่า senior บางส่วนอาจเขียนเองน้อยลง และค่อย ๆ สูญเสียความเข้าใจเชิงลึกของระบบ

ระยะยาวอาจกลายเป็น tech debt สะสม และ burnout จากการต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองไม่ได้สร้างทั้งหมด

Scenario 3: Junior ที่รอด “โคตรเก่ง และโตเร็วมาก”

คนที่ใช้ AI เป็น จะมี AI เป็นเหมือน mentor 24/7

learning curve ถูกเร่งแบบก้าวกระโดด

จากเดิมอาจใช้ 3–5 ปี กว่าจะขึ้นระดับ mid/senior

อาจเหลือแค่ 1–2 ปีสำหรับบางคน

โลกจะไม่ได้ไม่มี junior แต่จะกลายเป็น “junior น้อย แต่โหดมาก” และช่องว่างระหว่าง top talent กับคนทั่วไปจะยิ่งกว้าง

Scenario 4: ตลาดแรงงานเริ่มแยกเป็น 2 โลก

บริษัทที่ใช้ AI เก่ง จะใช้ทีมเล็กมาก แต่เป็น senior คุณภาพสูง

ส่วนบริษัทที่ปรับตัวไม่ทัน อาจเริ่มขาดคน เพราะแย่ง senior ไม่ไหว

บางที่ต้องพึ่ง outsourcing หรือ talent ต่างประเทศ

สุดท้าย ecosystem อาจเริ่มไม่ balance ระหว่างคนที่เข้าถึง AI กับคนที่เข้าถึงไม่ได้

Scenario 5: Career Ladder เปลี่ยนรูป

จากเดิม junior → mid → senior

กำลังกลายเป็น

– คนที่คุม AI ได้ เข้าใจระบบ และเชื่อม business ได้

– กับคนที่ทำงาน routine ที่ AI เริ่มทำแทนได้

ตำแหน่ง “กลาง ๆ” อาจเริ่มหายไป เพราะ AI ทำให้คนเก่ง 1 คน ทำงานได้มากขึ้นหลายเท่า

พอมองรวมกัน

มันไม่ใช่แค่เรื่อง “AI มาแทนงาน”

แต่มันคือ “โครงสร้างการเติบโตของคนในองค์กรกำลังเปลี่ยน”

สิ่งที่น่าคิดคือ

หลายบริษัทอาจกำลัง optimize ระยะสั้น

แต่เผลอตัด “ระบบสร้างคน” ของตัวเองทิ้งไป

ทั้งที่จริง ๆ แล้ว junior ไม่ใช่ cost

แต่มันคือ investment ระยะยาว

ส่วนตัวผมไม่ได้คิดว่า junior จะหายไป

แต่มันจะ “เหลือน้อยลง แต่ต้องเก่งขึ้น และโตเร็วขึ้นมาก”

และบริษัทที่ยังลงทุนกับ junior อยู่

อาจเป็นคนที่ได้เปรียบที่สุดในอีก 5–10 ปี

สุดท้ายมันเลยกลายเป็นคำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ชัด

หรืออีกหน่อย

CEO แค่สั่ง AI ว่า “สร้างแอพนี้” แล้วจบ?

หรือไปไกลกว่านั้น

AI จะกลายเป็น CEO เอง?

หรือจริง ๆ แล้ว

เรายังต้องการ “คน” อยู่ดี

แค่ต้อง redefine ใหม่ทั้งหมด

มี Scenario มากกว่านี้ไหม?

เพื่อน ๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง

อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?

เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก

ดูคอร์ส →

📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac