ช่วงนี้หลายคนเริ่มบ่นว่าข้อมูลสุขภาพมันกระจายเกินไป แอพนึง…
Perplexity เพิ่งปล่อยฟีเจอร์สุขภาพตัวใหม่ชื่อ Perplexity Health ออกมาแบบเพิ่งๆ นี้เลย มันเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัวของเราเข้ากับ AI ให้ตอบคำถามแบบ personalize ได้เลยครับ
ลองนึกภาพง่ายๆ เหมือนมีหมอส่วนตัวที่ฉลาดสุดๆ คอยนั่งอ่านข้อมูลทั้งหมดให้เรา ไม่ต้องเปิดแอพหลายตัว ไม่ต้องมานั่งเทียบเอง มันเหมือนเด็กฝึกงานอัจฉริยะที่จำทุกอย่างได้ แล้วเอามาเชื่อมโยงให้เราเข้าใจง่ายๆ ครับ
ฟีเจอร์เด่นๆ เลยคือเชื่อมต่อได้หลายอย่างมาก ทั้ง Apple Health, Fitbit, Withings, Ultrahuman, บางตัวอย่าง Oura ก็กำลังมา ส่วนผลแล็บกับเวชระเบียนทางการแพทย์เชื่อมผ่านระบบใหญ่ๆ ได้กว่า 1.7 ล้านสถานพยาบาลในสหรัฐฯ ครับ
พอเชื่อมแล้ว เราถามอะไรก็ตอบแบบมีบริบทส่วนตัว เช่น ถามเรื่องอัตราการเต้นหัวใจขณะพัก มันไม่ตอบกว้างๆ แต่ดึงข้อมูลกิจกรรมล่าสุด ประวัติหัวใจ ผลเลือดล่าสุดมาประกอบให้เลย แถมยังมีแดชบอร์ดส่วนตัวให้ดูเทรนด์ระยะยาวด้วยครับ
อีกจุดเจ๋งคือสร้างเครื่องมือหรือแอพส่วนตัวได้ด้วย เช่น ให้ AI สร้างแผนออกกำลังกาย แผนกินอาหาร หรือสรุปข้อมูลให้เอาไปคุยกับหมอจริงๆ ได้เลย ใช้ใน Perplexity Computer เป็นหลักครับ
ส่วนราคา ตอนนี้ฟีเจอร์สุขภาพพวกนี้เปิดให้เฉพาะ subscriber Pro กับ Max ในสหรัฐฯ ก่อน Pro อยู่ราวเดือนละ 20 ดอลลาร์ ส่วน Max สูงกว่านั้นหน่อย (บางที่บอก 200 ดอลลาร์ต่อเดือน) มีเครดิตใช้งาน AI agent เยอะขึ้นครับ แต่เวอร์ชั่นพื้นฐานยังใช้ query สุขภาพทั่วไปได้ปกติ
ข้อดีที่คนชอบคือมันรวมข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายไว้ที่เดียว ตอบเร็ว มีอ้างอิงจากวารสารทางการแพทย์จริงๆ ความเป็นส่วนตัวก็ดี ข้อมูลไม่ถูกเอาไป train โมเดลหรือขายต่อครับ.แต่ข้อเสียก็มี บางคนกังวลเรื่อง privacy มาก เพราะให้ AI อ่านข้อมูลสุขภาพส่วนตัวจริงๆ แถมยังไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์นะ ต้องเอาไปคุยหมอจริงอยู่ดี บวกกับตอนนี้ rollout ยังจำกัดแค่ US ก่อนครับ
เทียบกับตัวท็อปในตลาดอย่าง Apple Health หรือ Google Fit มันต่างตรงที่ Apple กับ Google เก่งเรื่องเก็บและแสดงข้อมูล แต่ไม่ค่อยเก่งเรื่องวิเคราะห์ลึกหรือตอบคำถามแบบ conversational ส่วน Perplexity เอา AI มาช่วยตีความ เชื่อมกับเวชระเบียนจริงๆ ได้ ทำให้เข้าใจตัวเองง่ายขึ้นมากครับ
สรุปคือ ถ้าคุณเป็นคนชอบดูข้อมูลสุขภาพแบบจริงจัง อยากได้ insight ที่ลึกและ personalize แบบไม่ต้องมานั่งคิดเอง นี่คืออีกทางเลือกที่น่าสนใจมากในปีนี้ แต่ถ้ายังกลัว privacy หรือยังไม่พร้อม ก็รอดูรีวิวเพิ่มอีกสักพักก็ได้ครับ
แล้วทุกคนล่ะ คิดยังไงกับการให้ AI เข้าถึงข้อมูลสุขภาพส่วนตัวแบบนี้ บอกกันหน่อยนะ ผมอยากรู้ความเห็นจริงๆ ครับ ผมไม่กล้าเอาข้อมูลลงไป
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac
