News / เจาะฟีเจอร์ / รวมค่าย
รวมค่าย · เจาะฟีเจอร์

ของใหม่จริงๆ บน iPhone 18 Pro ไม่ใช่ชิป แต่เป็นรูรับแสงที่ปรับได้จริงๆ

ภีศเดช เพชรน้อย
ภีศเดช เพชรน้อย
9 ก.ย. 2026 · อ่าน 6 นาที
สรุปสั้น — ของใหม่จริงๆ บน iPhone 18 Pro ไม่ใช่ชิป แต่เป็นรูรับแสงที่ปรับได้จริงๆ ขอเคลียร์ก่อนเลยว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ของใหม่ในโลกมือถือนะคร
#รูป/วิดีโอ#เขียน/เอกสาร
ของใหม่จริงๆ บน iPhone 18 Pro ไม่ใช่ชิป แต่เป็นรูรับแสงที่ปรับได้จริงๆ

ขอเคลียร์ก่อนเลยว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ของใหม่ในโลกมือถือนะครับ Samsung ทำมาตั้งแต่ Galaxy S9 ปี 2018 เป็นใบพัดกลไกจริง สลับได้ 2 ค่าคือ f/1.5 กับ f/2.4 แล้วก็เลิกทำไปตอน S20 ส่วนฝั่งจีน Huawei Mate 50 Pro ทำ f/1.4 ถึง f/4 และ Xiaomi 14 Ultra ทำแบบไล่ต่อเนื่องไม่มีสะดุดตั้งแต่ f/1.63 ถึง f/4.0

ของ Apple รอบนี้เป็นม่าน 6 ใบตัดด้วยเลเซอร์ แต่ละใบบางกว่าเส้นผมคน ทำจาก polymer composite ที่ Apple บอกว่าหาจุดสมดุลระหว่างน้ำหนัก ความยืดหยุ่น และความทนทาน ให้เลือกได้ 4 ค่าคือ f/1.48, f/1.8, f/2.8 และ f/4.0 ซึ่งเป็นแบบทีละสต็อป ไม่ได้ไล่ต่อเนื่องแบบ Xiaomi

แปลว่า Apple ไม่ได้มาเป็นเจ้าแรก และสเปกก็ไม่ได้ชนะทุกค่ายด้วยซ้ำ

แล้วทำไมผมยังคิดว่ามันคือของใหม่ที่สำคัญที่สุดของรุ่นนี้

เพราะสิ่งที่รูรับแสงปรับได้ทำ มันคือการคุมปริมาณแสงกับระยะชัดลึกที่ตัวเลนส์จริงๆ ไม่ใช่การไปคำนวณขอบวัตถุแล้วเบลอด้วยซอฟต์แวร์ทีหลัง สองอย่างนี้คนละเรื่องกันเลย

ที่มืด เปิดรูกว้างขึ้นเพื่อรับแสงเข้ามาเพิ่มราว 50% กลางวันหรือเวลาอยากได้ชัดลึกทั้งภาพ ก็หุบรูลงมาคุมได้แบบออปติกจริง

ที่ผ่านมาเทคนี้เป็นของเฉพาะรุ่นเรือธงบางตัวของบางค่าย และมักเป็นของที่ค่ายทำแล้วเลิก รอบนี้ Apple หยิบกลับมาแล้วใส่ให้ทั้ง Pro และ Pro Max โดยไม่ล็อกไว้ให้ตัว Max อย่างเดียวแบบที่สื่อลือกันก่อนงาน พร้อมเปิด Pro controls ให้ปรับรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์เองได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

พูดง่ายๆ คือของที่เคยเป็นลูกเล่นเฉพาะทาง กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานที่คนใช้มือถือหลายสิบล้านเครื่องได้ใช้จริง

อีกอันที่ผมว่าน่าสนใจไม่แพ้กันคือ Cinematic from regular video

คือถ่ายวิดีโอปกติไปก่อน แล้วค่อยมาใส่เอฟเฟกต์แบบ Cinematic mode ทีหลังได้ ไม่ต้องตัดสินใจตอนถ่าย และรองรับ 60fps สำหรับทำ half speed

ของอื่นที่โชว์บนเวที

A20 Pro ชิป 2 นาโนเมตรตัวแรกที่ลงมือถือ

Vapor chamber รุ่นใหม่ ระบายความร้อนได้มากกว่าเดิมราว 3 เท่า เพื่อให้รันงานหนักต่อเนื่องได้นานขึ้นโดยไม่ลดความเร็วลง

Dynamic Island ออกแบบใหม่ เล็กลง และโชว์ Live Activities ได้ 3 อันพร้อมกัน

Apple Reference Image สำหรับพิสูจน์ว่าภาพนั้นถ่ายมาจริง ไม่ได้ถูกสร้างด้วย AI

Photographic Styles ที่คุม texture ได้ และชาร์จสายเร็วขึ้น 15 นาทีได้ราว 50%

ฝั่งแบต Apple เคลมว่า Pro Max ใช้งานได้ราว 30 ชั่วโมง เป็นการเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดในรอบหลายปี ส่วน Pro ตัวเล็กได้อายุการใช้งานประมาณ 17 Pro Max ของปีที่แล้ว

จอยังเป็น 6.3 นิ้วกับ 6.9 นิ้วเท่าเดิม มี 4 สีคือ Deep Black, Silver, Glacier และ Burgundy

ราคาเริ่ม 1,199 USD สำหรับ Pro และ 1,299 USD สำหรับ Pro Max ที่ความจุเริ่มต้น 256GB ขึ้นจากรุ่นก่อนรุ่นละ 100 USD พรีออเดอร์ 12 กันยายน วางขาย 18 กันยายน

ปีนี้ไม่มี iPhone 18 ตัวธรรมดาในงาน มีแค่ Pro สองรุ่นกับเครื่องพับ ซึ่งสื่ออย่าง The Information และ Bloomberg รายงานว่า Apple แยกรอบเปิดตัว โดยตัวธรรมดา iPhone 18e และ iPhone Air รุ่นสอง จะไปโผล่ช่วงต้นปี 2027 แทน อันนี้เป็นรายงานสื่อนะครับ Apple ไม่ได้พูดเองบนเวที

ราคาไทยยังไม่ประกาศ รอหน้าร้าน Apple Thailand อีกที

ปล. โพสเวอร์ชันแรกผมเขียนว่ามือถือทุกยี่ห้อไม่เคยมีรูรับแสงปรับได้มาก่อน ซึ่งผิดครับ ต้องขอบคุณคุณ Gabriel Klass ที่ทักมาในคอมเมนต์ แก้ให้ถูกต้องแล้ว

อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?

เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก

ดูคอร์ส →

📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac