Tana — แอพ second brain สายโหด ที่พยายามจะเอาโน้ต งาน ความคิด และ…
ช่วงแรกหลายคนกรี๊ดมาก บอกว่าจะมาแทน Notion ได้ ผมเองก็ลองเพราะกระแสนี่แหละ แต่เอาตรงๆ คือไม่ค่อยชอบ มันซับซ้อนเกินไปสำหรับการใช้งานทุกวัน แม้จะมองออกว่าข้างหลัง Supertags มันคิดมาดีมาก และน่าจะโดนกับบางคนจริงๆ
Tana ไม่ได้คิดแบบหน้าเอกสารหรือโฟลเดอร์ แต่มองทุกอย่างเป็น node เป็นบล็อกความคิดเล็กๆ ที่เอามาเชื่อมกันได้หมด คุณพิมพ์โน้ตธรรมดา แล้วติด Supertag เข้าไป มันก็กลายเป็น task เป็น project เป็น meeting หรืออะไรก็ได้ ข้อมูลมันจะไหลไปโผล่ตาม feed ต่างๆ แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องจัดเอง
หัวใจของมันคือ Supertags กับ graph ความรู้ คือแทนที่จะสร้างฐานข้อมูลล่วงหน้า คุณแค่คิดไป เขียนไป แล้วระบบจะจัดรูปแบบให้ทีหลัง ใครสาย GTD, Zettelkasten หรือ second brain แบบจริงจังจะรู้สึกว่าโคตร powerful เพราะมันเก็บข้อมูลในระดับ atomic มาก
อีกจุดที่คนชอบคือ AI มันฝังมาใน workflow เลย อัดเสียงประชุมแล้วให้สรุปทันที ดึง insight จากโน้ตเก่า เอาโน้ตทั้งกองไปคุยกับ AI หรือทำ automation ง่ายๆ ผ่าน command node ได้ เหมือนมีผู้ช่วยที่อ่านโน้ตเราออกจริงๆ
Tana ยังดันเรื่อง voice memo หนักมาก พูดอะไรระหว่างวัน อัดเข้าไป มันแปลงเป็นไอเดีย เป็น task หรือเป็น daily note ให้ได้เลย เหมาะกับคนที่คิดเร็ว พูดก่อนเขียน หรือชอบ journaling แบบไม่ต้องนั่งพิมพ์ยาวๆ
แต่ทั้งหมดนี้ก็มาพร้อม learning curve ที่สูงมาก หลายรีวิวบอกเหมือนกันว่า concept มันยาก ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากไฟล์มาเป็น graph บางคนเปิดมาแล้วงงจนเลิก เพราะไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไงดี
แอพมือถือก็ยังเป็นจุดอ่อน ใช้ได้ดีแค่ capture เสียงกับเพิ่มข้อมูลเร็วๆ แต่ถ้าจะมาแก้โน้ตจริงจังยังไม่เวิร์ก ใครหวังจะใช้แทน Notion บนมือถือแบบเต็มรูปแบบอาจหงุดหงิด
เรื่องราคาถือว่าไม่แรง ถ้าเทียบกับพลังที่ได้ มีฟรีให้ลองพร้อม AI credit นิดหน่อย แผนจ่ายจะเริ่มประมาณหลักร้อยบาทต่อเดือน ปลดล็อก AI เต็ม ระบบ automation และสมาชิกไม่จำกัด แต่ถ้าไม่ใช้ AI หนักๆ ก็อาจรู้สึกว่าแพงเกินความจำเป็น
รีวิวฝั่งบวกจะบอกว่ามันคือการรวม Notion, Roam, Airtable ไว้ในที่เดียว และช่วยลดการสลับแอพจริง ฝั่งลบจะบอกว่ามัน overkill สำหรับคนทั่วไป และยังไม่เสถียรเท่าเครื่องมือที่โตมาก่อน
สรุปในมุมผม Tana ไม่ได้เป็น Notion killer แต่เป็น tool อีกสายหนึ่งเลย เหมาะกับคนที่อยาก “ออกแบบระบบคิดของตัวเอง” มากกว่าคนที่อยากได้ที่จดโน้ตใช้ง่าย ถ้าคุณสนุกกับการเซ็ตระบบ ชอบความยืดหยุ่น และไม่กลัวงงช่วงแรก มันอาจเป็นของเล่นที่คุ้มมาก แต่ถ้าอยากได้อะไรเรียบๆ เปิดแล้วใช้เลย ผมว่า Notion ยังสบายใจกว่าอยู่ดี
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac

