News / รีวิว / รวมค่าย
รวมค่าย · รีวิว

Science Corporation เพิ่งเปิดตัว SciFi 2 กล่องเล็กๆ…

ภีศเดช เพชรน้อย
ภีศเดช เพชรน้อย
7 ส.ค. 2026 · อ่าน 5 นาที
สรุปสั้น — Science Corporation เพิ่งเปิดตัว SciFi 2 กล่องเล็กๆ ที่เอาไว้ต่อกับขั้วไฟฟ้าที่ฝังในสมอง เพื่ออ่านสัญญาณประสาทและกระตุ้นสมองกลับไป
#เขียน/เอกสาร#Research#Productivity
Science Corporation เพิ่งเปิดตัว SciFi 2 กล่องเล็กๆ…

คนที่โพสประกาศคือ Max Hodak ซึ่งเคยเป็นประธานของ Neuralink มาก่อน แล้วออกมาตั้งบริษัทตัวเอง แนวทางของเขาต่างจาก Neuralink ตรงที่ไม่ได้เน้นทำอุปกรณ์ฝังในหัวคนอย่างเดียว แต่ทำเครื่องมือขายให้นักวิจัยทั่วโลกใช้ด้วย

ทำไมของชิ้นนี้ถึงสำคัญ ผมอยากให้ดูที่ราคาก่อน เพราะระบบบันทึกสัญญาณสมองแบบเดิมที่ตั้งอยู่ในแล็บเป็นตู้ใหญ่ๆ ราคาระดับหลายแสนถึงหลักล้าน แล้วผูกกับผู้ผลิตเจ้าเดียว พอราคาลงมาเหลือหกหมื่น มันเปลี่ยนคำถามจากว่าแล็บไหนมีงบพอ เป็นว่าใครมีคำถามที่น่าสนใจพอ

สเปกที่เขาโชว์ไว้คือรับข้อมูลจากขั้ววัดได้ 2.5 กิกะบิตต่อวินาที ส่งข้อมูลออกผ่าน WiFi 6 ได้ถึง 2.4 กิกะบิต มีที่เก็บข้อมูลในตัว 1 เทระไบต์ แบต 5000 mAh ใช้งานได้ราวสี่ชั่วโมง และข้างในมีคอมพิวเตอร์ของตัวเองรัน Linux อยู่จริงๆ

จุดที่ผมว่าออกแบบมาดีคือเรื่องที่เก็บข้อมูลในตัว เพราะงานทดลองแบบนี้ข้อมูลไหลออกมาเร็วกว่าที่เน็ตจะส่งทัน ถ้าเน็ตสะดุดแล้วข้อมูลหายไปหนึ่งช่วง การทดลองรอบนั้นก็อาจเสียเปล่า การให้มันเขียนลงเครื่องตัวเองไว้ก่อนแล้วค่อยมาโหลดทีหลัง เป็นการแก้ปัญหาที่คนทำงานจริงเท่านั้นถึงจะนึกออก

อีกอย่างที่เขาคิดต่างคือเขาไม่ขายเป็นจำนวนช่องสัญญาณ ปกติวงการนี้จะบอกว่าเครื่องนี้ 32 ช่อง 64 ช่อง แต่เขาบอกเป็นแบนด์วิดท์แทน แล้วให้คนเลือกเอาเองว่าจะเอาไปแลกเป็นช่องเยอะแต่หยาบ หรือช่องน้อยแต่ละเอียด ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบคนทำคอมพิวเตอร์มากกว่าคนทำเครื่องมือแพทย์

ทีนี้ฝั่งที่ต้องพูดตรงๆ อย่างแรกคือของแบบนี้ยังไม่มีรีวิวอิสระ เพราะเพิ่งออกและกลุ่มคนใช้แคบมาก คนที่เคยใช้รุ่นแรกบอกว่าเจอปัญหาเรื่องพลังงาน ความร้อน และการเชื่อมต่อ ซึ่งเขาบอกว่ารุ่นสองแก้แล้ว แต่ก็ยังเป็นคำพูดของฝั่งคนขายกับคนที่ได้ลองก่อน

อย่างที่สองคือราคาหกหมื่นเป็นแค่ตัวกล่อง ยังไม่รวมขั้ววัดที่ต้องซื้อแยก และยังไม่รวมสิ่งที่แพงที่สุดในงานแบบนี้ ซึ่งก็คือคน สัตว์ทดลอง ห้องแล็บ และการขออนุมัติจริยธรรมการวิจัย ของถูกลงไม่ได้แปลว่างานง่ายลง

อย่างที่สามที่ผมคิดว่าคนควรรู้ไว้ บริษัทนี้กำลังเตรียมเอาเซนเซอร์ขนาดเท่าเม็ดถั่วไปวางบนผิวสมองคนจริงเป็นครั้งแรก โดยจะวางระหว่างที่คนไข้เข้าผ่าตัดสมองด้วยเรื่องอื่นอยู่แล้ว การทดลองอาจเริ่มปี 2027 ส่วนอีกโครงการของเขาคือจอตาเทียมที่ช่วยให้คนไข้ 38 คนกลับมามองเห็นได้ ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แล้ว

ความเห็นผมคือข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวสมองกลนะครับ แต่เป็นข่าวเรื่องราคาของเครื่องมือ ทุกครั้งที่เครื่องมือวิจัยราคาแพงกลายเป็นของที่แล็บเล็กๆ ซื้อไหว จำนวนคนที่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ มันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วของที่จะโผล่มาจากตรงนั้นมักไม่ได้มาจากแล็บที่ใหญ่ที่สุด

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเราโดยตรงวันนี้ แต่ผมว่าน่าจับตา เพราะสิบปีที่แล้วเทคโนโลยีอ่านสมองอยู่ในหนังไซไฟ ตอนนี้มันเป็นของที่ใส่ตะกร้าซื้อออนไลน์ได้แล้ว

อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?

เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก

ดูคอร์ส →

📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac