Midgard platform การเขียนและอ่านที่ทำให้คิดถึงยุคที่ไม่มี AI…
ผมทักไปหาพี่ทอยตั้งแต่วันแรกว่า font เท่ เทสดี ชื่อดีมาก แล้วพอลองเข้าไปเขียนจริง ฟีลมันคล้ายตอนเขียน Medium เลย เรียบง่าย โล่ง โปร่ง แต่ไม่โล่งจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ใช้ มันเหมือนตั้งใจให้เรา “โฟกัสการคิด” มากกว่าการแต่งเครื่องมือ
จุดที่ชอบคือ Markdown editor มันเร็วมาก แบบพิมพ์แล้ว flow ต่อได้เลย ไม่สะดุด แล้วพวก keyboard shortcuts ก็ช่วยเยอะมาก เขียนไปแทบไม่ต้องยกมือไปจับเมาส์เลย มันเลยทำให้การเขียนมัน “ลื่น” แบบที่หลายคนลืมไปแล้ว
มี Zen Mode ที่กดแล้วทุกอย่างหาย เหลือแค่เรากับตัวหนังสือจริงๆ อันนี้ผมว่าดีมาก เพราะมันบังคับให้เราอยู่กับความคิดตัวเองแบบตรงๆ ไม่มีอะไร distract เลย
อีกอย่างที่แอบ powerful คือ internal links ที่ทำง่ายมาก แค่พิมพ์ / ก็เชื่อมบทความถึงกันได้แล้ว มันทำให้การเขียนไม่ใช่แค่โพสต์เดียวจบ แต่กลายเป็น ecosystem ของความคิดที่ต่อกันไปเรื่อยๆ
ตอนแรกแอบงงนิดนึงว่าฟีเจอร์อยู่ไหน แต่พอเหลือบไปด้านซ้าย เออ มี guideline ให้ครบเลย แล้วด้านขวาก็มี AI ช่วย ทั้ง generate outline, ช่วยเขียน excerpt, ตรวจ SEO คือครบแบบไม่ยัดเยียด ถ้าอยากใช้ก็ใช้ ไม่ใช้ก็ไม่รบกวน flow
ผมลองใช้ฟีเจอร์ SEO ดู ก็โอเคนะ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ายังอยาก “เขียนเองก่อน” มากกว่าใช้ Outline จาก AI เลยกลายเป็นว่า Midgard มันไม่ได้บังคับให้เราพึ่ง AI แต่เปิดทางให้เราเลือกว่าจะใช้มันตอนไหน ซึ่งผมว่าจุดนี้โคตรสำคัญ
แล้วอีกอย่างที่โคตร rare คือมัน ad-free จริงๆ ไม่มีอะไรเด้งมาขัดตอนอ่านเลย ทำให้ประสบการณ์อ่านมันนิ่งมาก เหมือนเรากำลังอยู่ในพื้นที่ที่ “ให้ค่ากับความคิด” มากกว่า attention
สุดท้ายสิ่งที่ผมรู้สึกคือ Midgard มันทำให้การเขียนกลับมาเป็นเรื่องสนุกอีกครั้ง เปิดบทความ ใช้ความรู้สึก แล้วเขียนมันลงไป ไม่ต้อง optimize ทุกอย่างตั้งแต่แรก
ขอบคุณพี่ทอยที่สร้าง Midgard ขึ้นมา มันเป็น platform ที่ humanize มากๆ แต่ก็ใส่ AI ได้แบบ sexy คือไม่ได้มาแทนเรา แต่มาเสริมเรา ทำให้การเขียนมันทั้งลึกขึ้น และยังเป็น “ของเรา” อยู่จริงๆ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac



