Google อัพเดท Opal Agent Step คือการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่เปลี่ยน…
ก่อนหน้านี้ Opal ทำงานแบบ static model calls คือคุณต้องกำหนดล่วงหน้าว่าแต่ละขั้นจะใช้โมเดลไหน ทำอะไร แล้วตอนรันก็จะทำตามนั้นแบบตรงไปตรงมา
แต่ตอนนี้ในขั้นตอน Generate คุณสามารถเลือก “agent” แทนการเลือกโมเดลเดี่ยว ๆ ได้ และตัว agent จะตีความเป้าหมายก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร
ถ้างานต้องค้นข้อมูล มันสามารถเรียก Web Search เอง ถ้าต้องสร้างวิดีโอ ก็สามารถเรียก Veo เอง โดยไม่ต้องล็อกเครื่องมือไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบ
อีกจุดที่ทำให้มันต่างชัดคือ Memory ตัว Opal สามารถจำข้อมูลข้าม session ได้ เช่น ความชอบหรือบริบทของผู้ใช้ ทำให้การใช้งานครั้งถัดไปฉลาดขึ้นและไม่ต้องเริ่มใหม่
Dynamic Routing ทำให้ workflow ไม่ใช่เส้นตรงอีกต่อไป คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขหลายทาง แล้ว agent จะเลือกเส้นทางที่เหมาะสมตามสถานการณ์จริง
และถ้าข้อมูลไม่พอ Agent Step สามารถเริ่มแชทถามผู้ใช้เพิ่มเติมก่อนจะเดินหน้าต่อ ทำให้ประสบการณ์กลายเป็น interactive มากขึ้น ไม่ใช่แค่กดปุ่มแล้วได้ผลลัพธ์รอบเดียวจบ
Google อธิบายสิ่งนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนจาก static workflow ไปสู่ agentic intelligence หรือจากประสบการณ์แบบแข็ง ๆ ไปสู่ประสบการณ์แบบโต้ตอบและยืดหยุ่น
Opal ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสร้าง flow อีกต่อไป แต่เป็นระบบที่มี agent อยู่ใน flow คอยวางแผน เลือกเครื่องมือ และปรับตัวตามเป้าหมายแบบ dynamic ตอนใช้งานจริง จุดเริ่มต้นแอพ Agentic สู่ User ของ Google
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac



