Fable 5 กับ Sonnet 5 ใช้ร่วมกันแบบนี้ประหยัดเงินได้เยอะ ทีม…
แพทเทิร์นแรกเรียกว่า advisor ให้ Sonnet 5 เป็นตัวทำงานหลักทำทุก turn แล้วเรียก Fable 5 ผ่าน tool call แค่ตอนต้องการคำแนะนำยากๆ เท่านั้น โทเคนส่วนใหญ่เลยจ่ายในเรตถูกของ Sonnet 5 ผลคือได้ผลงานเทียบเท่า Fable 5 เต็มๆ ถึง 92 เปอร์เซ็นต์ใน SWE-bench Pro แต่จ่ายแค่ 63 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้ Fable 5 ล้วนๆ
อีกแพทเทิร์นคือ orchestrator ให้ Fable 5 เป็นคนวางแผนแล้วมอบหมายงานย่อยให้ Sonnet 5 หลายตัวทำขนานกัน ใช้ฟีเจอร์ Claude Managed Agents ช่วยเรื่อง caching ผลลัพธ์ใน BrowseComp ได้ถึง 96 เปอร์เซ็นต์ของ Fable 5 เต็มๆ แต่จ่ายแค่ 46 เปอร์เซ็นต์
ฟีดแบ็กส่วนใหญ่ชอบมาก หลายคนบอกว่านี่คือวิธีที่ตัวเองใช้อยู่แล้วจริงๆ เหมือนมี Fable 5 เป็นผู้จัดการคิดใหญ่ ส่วน Sonnet 5 เป็นพนักงานลงมือทำ แต่ก็มีเสียงบ่นเรื่อง usage limit ของ Fable 5 ที่ Anthropic ขยายเวลาฟรีให้ถึง 12 กรกฎาคม แต่ quota คนที่ใช้หนักมาก่อนยังไม่ถูก reset ให้
ถ้าใครใช้ Claude Code หรือ Managed Agents อยู่แล้ว ลองเอา pattern นี้ไปปรับใช้ดูได้เลยครับ
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac