CMF by Nothing เพิ่งเปิดตัว Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบใบหู…
หลักการของหูฟังกลุ่มนี้คือมันไม่ปิดหูเรา เสียงเพลงมาจากลูกกลมเล็กๆ ที่วางแนบอยู่นอกรูหู แปลว่าเรายังได้ยินเสียงรอบตัวครบ รถที่วิ่งมาข้างหลัง เสียงคนเรียก เสียงประกาศ ใครที่วิ่งริมถนนหรือขี่มอเตอร์ไซค์น่าจะเข้าใจทันทีว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ อีกอย่างคือใส่นานแล้วไม่อึดอัด ไม่ต้องเจอความรู้สึกอับๆ ในรูหูเวลาอากาศร้อน
ตัวหนีบเขาเรียกว่า 3-Point Clip Design คือกระจายแรงกดเป็นสามจุดแทนที่จะกดจุดเดียว แกนข้างในเป็นลวดไทเทเนียมยืดหยุ่นที่ดัดเข้ากับรูปหูแต่ละคนได้ ตัวหูฟังหนักข้างละ 5.9 กรัม
จุดที่ผมว่าเป็นลูกเล่นที่ดีคือวงล้อหมุนบนกล่องชาร์จที่เขาเรียกว่า Smart Dial หมุนเพื่อปรับเสียง กดเพื่อเล่นหยุด รับสายได้ โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อก ส่วนบนตัวหูฟังเป็นปุ่มกดจริงไม่ใช่ระบบสัมผัส ซึ่งดีกว่ามากตอนมือเปียกเหงื่อหรือใส่ถุงมือ
สเปกอื่นก็ให้มาเกินราคา ไดรเวอร์ 10.8 มิลลิเมตร รองรับ LDAC ได้ใบรับรอง Hi-Res Audio ไมค์สี่ตัวช่วยตัดเสียงลม บลูทูธ 5.4 ต่อสองเครื่องพร้อมกันได้ กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 แบตฟังได้สิบชั่วโมง รวมกล่องเป็น 32.5 ชั่วโมง ชาร์จสิบนาทีฟังต่อได้สี่ชั่วโมง
ทีนี้ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ อย่างแรกคือหูฟังแบบเปิดหูทุกยี่ห้อมีจุดอ่อนเดียวกันคือเบสน้อยกว่าแบบอุดหู เพราะไม่มีอะไรปิดกั้นอากาศ เขาเลยต้องใส่ระบบดันเบสมาชดเชย แต่ก็ยังไม่เท่าแบบอุดหูอยู่ดี
อย่างที่สองคือไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของหูฟังประเภทนี้ ถ้าอยู่ในที่เสียงดังมากอย่างบนรถไฟฟ้าชั่วโมงเร่งด่วน เราจะต้องเร่งเสียงขึ้น แล้วพอเร่งเสียงคนข้างๆ ก็เริ่มได้ยินด้วย เขามีระบบลดเสียงรั่วมาให้ แต่ช่วยได้ระดับหนึ่ง
อย่างที่สามคือของยังไม่เข้าไทย เขาเริ่มขายที่อังกฤษ อเมริกา และญี่ปุ่นวันที่ 15 สิงหาคม ส่วนยุโรปและประเทศอื่นวันที่ 15 กันยายน แล้วเขาระบุชัดเลยว่าจะไม่ขายในอินเดีย ซึ่งในเว็บบอร์ดของแบรนด์เองมีคนอินเดียเข้ามาบ่นกันหลายคน
มีความเห็นหนึ่งในเว็บบอร์ดที่ผมว่าน่าสนใจ คือมีคนตั้งข้อสังเกตว่าโพสประกาศตัวนี้ไม่ได้ถูกปักหมุด แล้วหน้าแรกของเว็บแบรนด์ก็ยังไม่พูดถึงสินค้าตัวนี้เลย เขาเลยเดาว่าอาจปล่อยออกมาเพื่อให้ดูเหมือนยังมีของใหม่ออกเรื่อยๆ มากกว่าจะมาจากความต้องการจริง อันนี้เป็นการเดาของผู้ใช้คนหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่ผมว่าเป็นมุมที่ควรเก็บไว้ในใจ
ความเห็นผมคือหูฟังเปิดหูกำลังจะกลายเป็นของธรรมดาในอีกไม่กี่ปี เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตจริงที่เราไม่ได้อยากตัดขาดจากโลกตลอดเวลา เราแค่อยากมีเสียงเป็นเพื่อนระหว่างทำอย่างอื่น ที่ผ่านมาของกลุ่มนี้ราคาแพงมาก พอมีตัวราคาสามพันกว่าที่สเปกไม่ขี้เหร่ มันทำให้คนได้ลองว่าตัวเองชอบแบบนี้ไหม ก่อนจะไปจ่ายแพงกว่านี้
ถ้าใครจะซื้อ ผมแนะนำให้ถามตัวเองข้อเดียวคือ ปกติเราฟังเพลงที่ไหนบ่อยที่สุด ถ้าคำตอบคือในที่เงียบและอยากดำดิ่งกับเสียง แบบอุดหูยังตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคำตอบคือระหว่างเดิน วิ่ง ทำงานบ้าน หรือนั่งทำงานที่ต้องได้ยินคนเรียก อันนี้แหละใช่เลย
อยากใช้ AI กับงานจริงเป็นระบบ?
เรียน Claude Method — วิธีคิดและลงมือใช้ Claude/AI กับงานจริง ตั้งแต่วันแรก
📍 โพสต้นฉบับบน Facebook: AI กับ Peesamac